รวมเคล็ดลับแก้อาการแพ้ท้อง สำหรับคุณแม่มือใหม่ จาก แอพคุยกับหมอ

กระทู้จากหมวด 'แลกเปลี่ยน & แจกของ' โดย unyana, 17 ตุลาคม 2021.

  1. unyana

    unyana Member

    EXP:
    154
    ถูกใจที่ได้รับ:
    0
    คะแนน Trophy:
    16
    อาการแพ้ท้องเป็นสัญญาณเตือนของการตั้งครรภ์ในระยะแรก คุณแม่ท้องอ่อนส่วนใหญ่รู้สึกคลื่นไส้วิงเวียนช่วง 4 เดือนแรก แต่ละคนมีอาการของคนท้องและอาการแพ้ท้องแตกต่างกัน ในรายที่แพ้ท้องหนักมาก แพทย์จะสั่งยาแก้แพ้ช่วยบรรเทาอาการในเบื้องต้น แอพคุยกับหมอ มีข้อแนะนำสำหรับคุณแม่ที่กำลังมองหาวิธีบรรเทาอาการแพ้ท้องหนักจนกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน มาดูกันว่าต้องทำอย่างไรบ้าง

    1.กินยาหรือวิตามินที่คุณหมอให้มาสำหรับอาการแพ้ท้อง

    หากมีอาการแพ้ท้องมากในเกณฑ์ที่ต้องใช้ยาควบคุม แพทย์ที่ ฝากครรภ์ จะสั่งยาสำหรับบรรเทาอาการคลื่นไส้อาเจียนโดยเฉพาะ ซึ่งมีความปลอดภัยต่อทารกในครรภ์ โดยระดับการใช้ยาต้องเป็นไปตามแพทย์สั่ง นอกจากยารักษาอาการแพ้ท้องตามที่แพทย์สั่งแล้ว ยังมีวิตามินลดอาการคลื่นไส้สำหรับคุณแม่ท้องอ่อนรายที่อาการแพ้ท้องไม่รุนแรงด้วย

    2.จิบน้ำขิงระหว่างวัน

    คุณแม่มือใหม่แพ้ท้องอ่อน ๆ แค่รู้สึกผะอืดผะอมและวิงเวียนศีรษะ ดื่มน้ำขิงแก้อาการคลื่นไส้ได้ผลดี จิบน้ำขิงอุ่น ๆ บ่อย ๆ ช่วยให้สดชื่นขึ้น ช่วยลดอาการบวมน้ำระหว่างตั้งครรภ์ ข้อสำคัญคือไม่เกิดผลข้างเคียงต่อทารก จึงเหมาะกับคุณแม่ตั้งครรภ์ที่สุด ขิงเป็นสมุนไพรที่ดีต่อสุขภาพอยู่แล้ว ช่วยลดอาการอ่อนเพลีย ขับลมในท้อง บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ และบำรุงเลือด นอกจากต้มน้ำขิงดื่มร้อน ๆ แล้ว แอพตั้งครรภ์ ยังทำเป็นอาหารคาวหวานและเครื่องดื่มต่าง ๆ เช่น เมนูหมูผัดขิง ต้มซุปขิง เต้าฮวยน้ำขิง บัวลอยน้ำขิง และน้ำขิงมะนาว งดอาหารสำเร็จรูปที่มีผงชูรสมากซึ่งส่งผลให้คลื่นไส้อาเจียนและวิงเวียนมากขึ้น

    3.พักผ่อนให้เพียงพอ

    คนท้องต้องกินอิ่มนอนหลับบำรุงร่างกายให้แข็งแรง ยิ่งมีอาการแพ้ท้องรุนแรงด้วยแล้ว จำเป็นต้องรับประทานอาหารและพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอ ไม่ให้ร่างกายอ่อนล้าจนส่งผลกระทบต่อสุขภาพของคุณแม่และ พัฒนาการทารกในครรภ์

    4.หลังกินข้าวไม่ควรนอนลงทันที

    แอพสําหรับคนท้อง แนะนำว่า หลังกินข้าวอิ่มใหม่ ๆ คุณแม่ท้องอ่อนไม่ควรนอนเอนหลังลงไปทันทีเพราะมีความเสี่ยงเป็นโรคกรดไหลย้อน ทางที่ดีควรนั่งรอ 30 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แล้วค่อยเอนหลังนอน ควรงดอาหารก่อนเข้านอนประมาณ 3-4 ชั่วโมง

    5.ปรับเปลี่ยนวิธีการกิน กินอาหารที่ย่อยง่าย

    ระหว่างตั้งครรภ์มักจะท้องอืดและท้องผูกง่ายกว่าปกติ ควรปรับพฤติกรรมการกินใหม่ เลือกอาหารย่อยง่ายและมีกากใยสูง งดเว้นอาหารบางชนิดและอาหารรสจัดที่ทำให้ท้องอืดท้องเฟ้อ แอพคุยกับหมอ แนะนำว่าควรงดผลไม้บางชนิดที่ย่อยยากอย่างมะม่วงดิบ ทุเรียน เพราะทำให้จุกเสียดแน่นท้อง ผลไม้หวานจัดเสี่ยงเป็นโรคเบาหวาน ถั่วลิสงต้มทำให้ท้องอืด ควรเคี้ยวอาหารให้ละเอียดเพื่อลดปัญหาอาหารไม่ย่อยส่งผลให้จุกเสียดแน่นท้อง สำหรับแม่ท้องที่ชอบรับประทานอาหารรสเปรี้ยวและของหมักดองเพื่อลดอาการแพ้ท้อง หลังกินอาหารรสเปรี้ยวควรดื่มน้ำหรือบ้วนปากก่อน รอประมาณ 15-30 นาที จึงค่อยแปรงฟันเพื่อลดการทำลายชั้นเคลือบฟันให้สึกกร่อน

    6.ดื่มน้ำอุ่นให้มากขึ้น

    อาการแพ้ท้องอาเจียนมากทำให้ร่างกายขาดน้ำ คุณแม่ควรดื่มน้ำอุ่นบ่อย ๆ เริ่มตั้งแต่ตื่นนอน เนื่องจากตอนเช้าท้องว่าง มักทำให้เวียนหัวคลื่นไส้อาเจียนได้ การดื่มน้ำอุ่นเป็นประจำโดยเฉพาะหลังอาเจียน จะช่วยบรรเทาอาการคลื่นไส้ได้ดี

    ถ้าคุณแม่แพ้ท้องหนักมาก กินอะไรไม่ได้ทำให้หน้ามืดเป็นลมหมดเรี่ยวแรงบ่อย ๆ แนะนำสอบถามเรื่องที่สงสัยกับแพทย์และพยาบาลโดยตรงได้ใน แอป Alive Powered by AIA ซึ่งเป็น แอพสําหรับคนท้อง ที่มีข้อมูลน่าเชื่อถือและเป็นช่องทางให้พูดคุยแชร์ประสบการณ์กับคุณแม่ท่านอื่น ๆ บางรายอาจมีอาการแพ้ท้องหนักมากและอาเจียนตลอดเวลาไปจนถึงใกล้คลอด ควรปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจร่างกายและดูแลตัวเองอย่างถูกวิธี

    [​IMG]

Share This Page