[Fic รับสมัคร]{Legends Of New World} ย้ายมาจากบอร์ดเก่าจ้า

กระทู้จากหมวด 'Fiction' โดย ultima, 14 พฤศจิกายน 2007.

  1. ultima

    ultima Active Member

    EXP:
    933
    ถูกใจที่ได้รับ:
    0
    คะแนน Trophy:
    36
    ชื่อเรื่อง - Legends Of New World (ตำนานมหาสงครามโลกใบใหม่)

    แนว - Action, Sci-fi, Comedy, Romantic นิดๆ

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------

    Chapter 1 : Appear Of Satan (ผู้ปฏิเสธพระเจ้าปรากฏตัว)

    “สิ่งศักดิ์สิทธิ์ โปรดช่วยเหลือน้องสาวของผมด้วย”เด็กชายผู้มีผมสีเทาคนหนึ่งอธิษฐานต่อรูปปั้นยืนตัวแทนของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ผู้คนในหมู่บ้านของเขานับถือกันอยู่ แต่ถึงแม้ว่าเขาจะมาสวดมนต์อ้อนวอนต่อรูปปั้นหินนี้ทุกวัน แต่ทว่าเขายังไม่เห็นวี่แววของปาฏิหาริย์เลย

    “แค่กๆ”เสียงของคนที่ไอดังมาจากประตูหน้าของโบสถ์ เด็กชายคนนั้นหันกลับไปดูที่มาของเสียง ปรากฏร่างของเด็กสาวผมสีเขียวมัดยาว ยืนเท้าประตูอยู่ราวกับคนที่หมดแรง แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือ เลือดที่ไหลออกมาจากมุมปากของเธอ คงเป็นเพราะการไอเมื่อกี้ละมัง

    “เรน่า”เด็กหนุ่มวิ่งไปหาเด็กสาวอย่างไม่คิดชีวิต ทำให้สะดุดขาเก้าอี้ที่ยื่นออกที่ตรงทางเดิน หน้ากระแทกเข้ากับพื้นอย่างเต็มๆ

    “พี่เรน”เด็กสาวเองก็พยายามเข้าไปหาพี่ชายของเธอ แต่ดูเหมือนเธอเองก็ไม่มีแรงทำให้ทรุดลงอยู่ที่หน้าประตู

    “เรน่า ทำไมไม่นอนอยู่ที่บ้าน”เด็กชายถามแกมดุ หลังจากที่เข้าไปพยุงน้องสาวของตน

    “หนู เป็นห่วงพี่ กลัวพี่เป็นอันตราย”เด็กสาวยิ้มน้อยๆ ทำให้พี่ชายของเธอโกรธเธอไม่ลง

    “โอเค เข้าใจแล้วล่ะ งั้นเดี๋ยวเราขี่หลังพี่กลับบ้านก็แล้วกันเราจะได้ไม่ต้องเป็นห่วงพี่ไง”เรน่ายิ้มอย่างดีใจก่อนที่พี่ชายของเธอจะหันหลังมาให้เธอขี่

    “พี่เรน มาเล่นเกมส์ต่อคำกันดีไหม”เด็กสาวชวนพี่ของเธอเล่นเกมส์เพื่อไม่ให้เขากังวลเรื่องของตนเอง

    “อืม.....งั้นพี่เริ่มก่อน”และแล้วสองศรีพี่น้องก็เล่นเกมส์ต่อกันอย่างสนุกสนานระหว่างทางกลับบ้านของพวกเขา เป็นภาพที่น่าประทับใจถึงสายสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องถึงแม้ว่าครอบครัวของพวกเขาจะมีสมาชิกไม่ครบ แต่ก็ยังรักกันมากกว่าพี่น้องบางกลุ่มที่คอยคิดจะชิงดีชิงเด่นกันทั้งๆ ที่มีครบอยู่ทุกอย่าง

    “ต่อไปตาเรน่าแล้วนะ”เรนให้สัญญาณน้องของตน เพื่อเป็นลำดับต่อไปในการเล่นเกมส์

    “เรน่า เรน่า”เขาเรียกย้ำเนื่องจากน้องสาวของเขามี่ปฏิกิริยาตอบกลับมา แต่ก็ยังไม่มีเสียงตอบกลับจากน้องของเขามาอีก ทำให้เรนหันไปมองน้องสาวของเขา ซึ่งตอนนี้น้องสาวของเขาได้สลบไป พร้อมกับมีเลือดอยู่เต็มแผ่นหลังของเขา

    “เรน่า!!!!!!”เขาตะโกนออกมาอย่างสุดเสียง เมื่อเห็นสภาพของน้องสาวของเขาในตอนนี้

    “คุณหมอครับ”ช่วยน้องสาวผมด้วย เรนอุ้มเรน่าวิ่งไปถึงที่โรงพยาบาลอย่างรวดเร็ว พร้อมตะโกนเรียกหาหมอเพื่อช่วยชีวิตน้องสาวของเขา จนในที่สุดน้องสาวของเขาก็ได้ถึงมือของหมด แต่ทว่าเรื่องมันไม่ได้จบเพียงแค่นั้น

    “เธอ ชื่อเรนใช่ไหม?”แพทย์ที่ดูแลเรน่าอยู่ถามขึ้น

    “ครับ”เรนพยักหน้าแบบเกร็งๆ

    “เธอ ทำใจไว้หน่อยก็ดีนะ เรื่องน้องสาวของเธอ”คำที่ออกมาจากปากของนายแพทย์ผู้นี้แทบทำเอาเรนเกือบสติแตก

    “ทำไมครับ”เรนถามเสียงสั่นๆ

    “เธอรู้ใช่ไหมว่าน้องสาวของเธอเป็นโรคร้าย”เรนพยักหน้า

    “ตอนนี้โอกาสรอดของน้องเธอเหลือไม่ถึง 1% หมออยากให้เธอทำใจไว้บ้าง” เรนเงยหน้าขึ้น เผยให้เห็นน้ำตาของลูกผู้ชาย ไหลรินข้างแก้มของเขา

    “ไม่มีโอกาสมากกว่านั้นแล้วเหรอครับ”เรนถามถึงความหวังและปาฏิหาริย์ ทว่าคำจอบที่ดีรับกลับมาคือการส่ายหน้าจากผู้ให้คำตอบ

    “หมอจะพยายามให้ถึงที่สุด....”ไม่ทันที่จะพูดจบ เรนก็วิ่งออกไปท่ามกลางสายฝนที่ตกชุกหนัก ราวกับว่ามันร้องไห้แสดงความเสียใจให้กับโชคชะตาที่เล่นตลกกับเรน

    เหมือนกับว่าเรนวิ่งออกไปอย่างไม่มีจุดหมาย ทว่าจุดหมายของเขาคือสิ่งที่เขาเคยเชื่อถือ ศรัทธา และเป็นที่พึ่งเดียวของเขา จนในที่สุดเรนก็มาหยุดอยู่หน้ารูปปั้นศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับหินขนาดใหญ่ที่เขาสร้างมันมาด้วยพลังพิเศษของเขา

    “นี่เหรอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะคอยช่วยเหลือ”เรนไม่พูดเปล่า ใช้ท่อนหินฟาดเข้าไปที่ฐานของรูปปั้น เกิดรอยร้าวขึ้นที่ฐาน

    “ไม่เห็นว่าจะช่วยอะไรได้เลย แค่เอาแต่ฟังแล้วก็ให้ความหวังลมๆ แล้งๆ”เรนกระโดดเอาท่อนหินฟาดเข้าไปที่หน้าของรูปปั้น

    “ก็แค่หลอกลวงไปวันๆ”เรนกระหน่ำความแค้นของเขาทั้งหมดที่เคยเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ลงไปยังรูปปั้นนั้น อย่างไม่ปราณี ถึงแม้ว่ามือของตนเองจะเจ็บแค่ไหนก็ตาม

    เวลาผ่านไปท่ามกลางสายฝนที่โหมกระหน่ำ ภายในโบสถ์ที่เป็นที่อยู่ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทว่าสิ่งนั้นได้พังทลายลงไปแล้ว เหลือแต่เพียงเด็กหนุ่มที่มีแววตาเลื่อนลอย กับมือที่มีเลือดไหลรินออกมา

    “เจ้า แค้นในพระเจ้าเยี่ยงนั้นรึ”เสียงหนึ่งก้องอยู่ภายในโบสถ์แห่งนั้น แต่ทว่าเรนหาที่มาของเสียงไม่เจอ

    “ใคร? นั่นใคร?”เรนถามถึงเจ้าของเสียง

    “ข้าเป็นใครเจ้าไม่ต้องสน แค่ตอบสิ่งที่อยู่ในใจเจ้ามา เจ้าแค้นในพระเจ้าใช่ไหม”เสียงนั้นไม่ตอบคำถามของเรน และกลับตะคอกเรนกลับอีกด้วยซ้ำ

    “ใช่ ถ้าใช่แล้วจะทำไม”เรนฉุนจัด ตอบกลับไปทันควัน

    “ข้าก็แค่จะให้เจ้ายืมพลังน่ะสิ” เมื่อสิ้นเสียงก็ปรากฏดวงไฟสีดำขึ้นต่อหน้าของ เรน มันเคลื่อนไหวหมุนวนรอบๆ ตัวเรน ราวกับจะสำรวจอะไรบางอย่าง

    “พลัง?”เรนถามอย่างสงสัย

    “ใช่ พลังที่เอาไว้ต่อกรกับพระเจ้า สิ่งที่ทอดทิ้งเจ้าไป”ลูกไฟดวงนั้นอธิบาย

    “คงต้องแลกกับอะไรด้วยใช่ไหม”ถึงอายุจะยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่เด็กตัวแค่นี้ก็สามารถที่จะเข้าใจถึงความต้องการของสิ่งที่ยิ่งใหญ่กว่าได้

    “หัวเร็วดีนี่ สิ่งที่ข้าต้องการคือพลังชีวิตของเจ้า ข้าต้องการอาศัยอยู่ในพลังชีวิตของเจ้า”ดวงไฟสีดำยื่นข้อเสนอ

    “ว่าไงล่ะ สนใจไหม”มันถามย้ำขึ้นเกี่ยวกับข้อเสนอที่ยื่นให้ไป

    “ทำไมจะไม่ล่ะ?”เรนตอบรับข้อเสนอด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความแค้น......

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------

    ดวงตาสีแดงของชายหนุ่มคนหนึ่งเบิกโพลงออกมาอย่างกะทันหัน ราวกับตกใจกับบางสิ่งบางอย่าง ก่อนที่จะค่อยๆ ปิดลงไป

    “ฝันถึงวันนั้นอีกแล้ว”ชายหนุ่มผู้มีผมสีเทายาวถึงกลางหลังเอ่ยขึ้นอย่างเบาๆ หลังจากที่เขายืนหลับอยู่บนดาดฟ้าของตึกในเมืองใหญ่แห่งหนึ่งมาเป็นเวลานานจนพระอาทิตย์ตกดิน ซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะรออะไรบางอย่างอยู่

    “เรน ไครซิสได้ยินแล้วตอบด้วย”เสียงจากเครื่องมือสื่อสารขนาดจิ๋วที่ติดอยู่ในใบหูของเขาดังขึ้น ก่อนที่เขาจะกดนาฬิการูปร่างประหลาดๆ ที่ใส่อยู่ก่อนตอบเสียงนั้นกลับไป

    “อืม ได้ยินแล้ว”

    “นายเข้าใจภารกิจของนายแล้วใช่ไหม”เสียงนั้นถามกลับมา

    “ยังไม่เห็นรู้เรื่องเลย” เรนเองก็ตอบไปตามประสาคนตรง

    “อะไรกันวะเฟ้ยเฮ้ย นี่เอ็งไม่เคยคิดที่จะหาเปิดคอมแบบ Pocket ดูเลยเหรอง้ายยยยยยยยยยยย”เสียงจากผู้ที่ติดต่อมาด้วยเริ่มมีน้ำเสียงหงุดหงิด

    “เออ โทษทีละกันพอดีเผลอหลับไปน่ะ”

    “เผลอหลับนี่คุณเอ็งหลับทั้งๆ ที่จะทำงานใหญ่เนี่ยเหร้อออออออออออ”เรนกลับทำให้คนผู้นั้นหงุดหงิดมากขึ้นไปอีก

    “เออๆ เอาเป็นว่าผมผิดละกัน”เรนรีบตัดให้ปัญหาจบไป เพื่อที่จะได้ทำงานของเขาซะที

    “ได้ๆ งานของนายคือ ไปทำลายเครื่องจักรกลางเมืองที่มีชื่อว่า Shell Production แต่ต้องเข้าไปอย่างเงียบๆ หน่อยนะ เพราะว่าหลังจากทำลายเจ้าเครื่องนั้นแล้วก็หมายความว่าทุกคนสามารถใช้พลังพิเศษในเมืองได้ และแน่นอนว่าทุกคนพร้อมที่จะเข้ามาจัดการกับนายแน่ๆ”เขาสั่งพร้อมเตือนเรนในการทำภารกิจ

    “ทำไมถึงต้อง...”ยังไม่ทันจะถามจบเขาก็ถูกแทรกขึ้นมาก่อน

    “เพราะว่าหลังจากการทำลายเครื่องจักรนั้นเสร็จแล้ว นายก็ต้องตามหาผู้มีพลังเซฟิรอธ และกลับนำมายังที่องค์กรของเรา ขอเน้นย้ำว่าต้องกลับมาแบบเป็นๆ ส่วนเรื่องจะจับกลับมายังไงก็คิดเอาเอง”เรนไม่พูดอะไรตอบกลับ แต่ปิดเครื่องมือสื่อสารที่เขาใช้พลางหยิบคอมพิวเตอร์แบบพ็อคเก็ตขึ้นมาเปิดเพื่อดูข้อมูลและที่ตั้งของเครื่องจักรที่เป็นเป้าหมายของเขาให้แน่นอน

    “เครื่องจักร Shell Production ถูกสร้างขึ้นมาเมื่อปี EU ที่ 0015 เริ่มแรกถูกสร้างขึ้นมาเพื่อปกป้องเมืองหรือที่อยู่อาศัยของผู้คนจากปีศาจที่อยู่ภายนอกไม่ให้เข้ามายังภายในเมืองได้ แต่หลังจากถูกนำมาใช้ครั้งก็ได้พบถึงผลกระทบต่อเครื่องจักรที่มีต่อมนุษย์คือ มนุษย์เองก็ไม่สามารถใช้พลังพิเศษของตนเองได้เช่นกันขณะอยู่ในรัศมีที่เครื่องจักรครอบคุลมถึง ซึ่งเป็นผลพวงที่ทางรัฐบาลพึงพอใจมากเนื่องจากกำลังประสบปัญหาการก่ออาชญากรรมโดยใช้พลังพิเศษ....”ดูเหมือนว่าเรนจะไม่สามารถอ่านข้อมูลนี้ได้หมดภายในเวลาไม่นาน เนื่องจากยังมีข้อมูลเหลืออีกกว่าสิบหน้ารอเขาอยู่ เขาจึงปิดคอมพิวเตอร์และกดปุ่มทำลายตัวเองของเครื่อง ก่อนที่จะกระโดดไปตามหลังคาและดาดฟ้าตึกเพื่อไปยังเป้าหมายของตน

    ในที่สุดเรนก็มาถึงสถานที่กว้างใหญ่แห่งหนึ่ง ที่มีเหล่าทหารยามเดินลาดตระเวนอยู่ทั่วสิ่งก่อสร้างเบื้องหน้า มันเป็นสิ่งก่อสร้างทรงสามเหลี่ยมคล้ายกับปิระมิดที่มีสีดำ รอบๆ ตัวสิ่งก่อสร้างมีแสงไฟคอยส่องหาผู้ลักลอบเข้ามาในความมืด ซึ่งรั้วที่ล้อมรอบสถานนี้ก็เช่นกันมีที่เพิ่มมาคือป้อมยามที่อยู่สูงไว้ใช้สำหรับคอยดูผู้ลักลอบเข้าจากทางฟ้าและยังสามารถมองเห็นบุคคลที่จะลักลอบเข้ามาทางพื้นดินได้ง่ายขึ้นด้วย ถ้าจะพูดง่ายๆ ก็คือสถานที่แห่งนี้เองก็ได้รับการป้องกันราวกับคุกที่ป้องกันมิให้ใครออกไปด้านนอกและคนนอกไม่สามารถเข้าไปได้

    “เยอะขนาดนี้เชียวเหรอ”เรนพูดกับตัวเองเบาๆ ขณะแอบซ่อนอยู่ที่มุมของอาคารหนึ่งซึ่งอยู่หน้าประตูทางเข้าของสถานที่นั้น

    แต่ดูเหมือนจะเป็นโชคดีของเรนเมื่อมีทหารนายหนึ่งเดินเล่นอยู่ภายนอกของปราการป้องกัน ซึ่งเขาคาดว่าคงจะเป็นทหารที่ชอบอู้ โดดงานและอาจกำลังหาทางหนีไปเที่ยวก็ได้ เรนจึงไม่รอช้าเข้ารอจังหวะที่ทหารคนนั้นเดินเข้ามาใกล้ที่ๆ เรนอยู่ก่อนที่เรนจะลากเข้าความมืดไป

    “เล่นซะเหนื่อย”ในที่สุดเรนก็ยึดชุดทหารจากชายผู้เคราะห์ร้ายคนนั้นได้ แต่ดูเหมือนเรนเองก็ต้องเสียเหงื่อไปมากกับชายคนนี้ เพราะแรงขัดขืนของทหารนายนี้เยอะจริงๆ

    จนแล้จนรอด เรนก็สามารถที่จะเข้าไปถึงแกนกลางของเครื่องจักรได้อย่างปลอดภัย แต่เขาเองก็รู้สึกตะหงิดใจอยู่เหมือนกันว่ามันง่ายแบบผิดปกติเกินไป แต่เขาเองก็ไม่ได้สนใจมากเดินสำรวจรอบๆ แก่นกลางของเครื่องจักรซึ่งมีลักษณะเป็นทรงกลมขนาดใหญ่กำลังหมุนวนรอบตัวเองอยู่และดูเหมือนว่ามันจะปล่อยประจุฟ้ามาล้อมรอบตัวเองตลอดเวลา

    “เจอแล้ว”เรนพูดอย่างยินดีเมื่อเขาพบกับสิ่งที่เขาตามหา มันคือจุดปลดปล่อยพลังงานซึ่งเป็นส่วนที่สำคัญและเป็นจุดอ่อนของเครื่องไปในตัว เนื่องจากจุดๆ นี้จะไม่มีพลังงานไฟฟ้าหรือพลังงานใดๆ อยู่เลยเพราะมันมีหน้าที่เพียงแค่ขยายพลังงานบริเวณพื้นผิวและภายในของแก่นกลางเครื่องจักนเท่านั้น

    เมื่อเรนพบสิ่งที่เขาหาแล้ว เขาจึงไม่รอช้าหยิบดาบเล่มสีขาวขนาดกลางออกมาจากฝักดาบทั้งสองที่เหน็บอยู่ติดกับเอวของเขา ก่อนที่จะฟาดมันลงไปที่จุดอ่อนจุดเดียวของเครื่องจักรโดนไร้ซึ่งความปราณี

    ตูม

    เสียงเครื่องจักรระเบิดขึ้นนั่นหมายความว่าภารกิจแรกของเรนสำเร็จไปด้วยดี

    แอ็ด แอ็ด แอ็ด
  2. ultima

    ultima Active Member

    EXP:
    933
    ถูกใจที่ได้รับ:
    0
    คะแนน Trophy:
    36
    แต่หลังจากที่ความโล่งใจของเรนเกิดขึ้นสองวินาที เกิดเสียงอ็อดดังขึ้นทั่วสถานที่ๆ เรนกำลังอยู่ มันเป็นเสียงที่เตือนว่ามีผู้บุกรุกอยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ และอยู่ที่ห้องแก่นกลางของเครื่องจักรซึ่งเป็นห้องที่สำคัญ

    “ซวยแล้วไง” เมื่ออยู่ในสถานการณ์ดังกล่าวทำให้เรนถึงกับต้องตระหนักในชะตากรรมของตนเองที่กำลังจะมาถึง

    “เร็วๆ!!!!! ตั้งป้อมปืนแบบที่หนึ่ง ล้อมทางเข้าทุกด้านเอาไว้ มีอะไรเล็ดลอดออกมายิงทิ้งให้หมด”เสียงไร้ปราณีดังขึ้น อนึ่งราวกับเป็นการขู่คนร้ายที่อยู่ภายในห้องล้อมไว้อยู่

    “เฮ้ย ไอ้คนร้ายที่อยู่ข้างในหน่ะ ออกมาให้กระหน่ำยิงซะดีๆ ไม่งั้นก็ไม่ต้องมีใครได้พักกันล่ะ!!!!!”เสียงของนอกพูดเชิงตะคอกใส่เรน

    “ออกไปก็โง่ดิ”เรนคิดในใจ แต่ซักพักก็เปลี่ยนวิธีการคิดใหม่

    “เอ้า อยากให้ออก ออกไปก็ได้”พริบตาเดียวที่เรนพูดกับตัวเองในใจ เขาก็หายไปจากจุดที่เขายืนอยู่

    สิ่งแปลกประหลาดที่เกิดขึ้นภายนอกห้องแก่นกลางก็คือ ทหารหลายชีวิตอยู่ดีๆ ก็สลบลงไปอย่างไร้เหตุผล ทำให้เกิดการเสียขวัญของทหารที่เหลืออยู่ และไม่สามารถที่จะสู้รบกับศัตรูได้

    “เฮ้ยๆ ตั้งสติกันหน่อย มันก็แค่กลหลอกเด็กของมันเท่านั้น เห็นไหมว่าพวกนี้มันแค่หมดสติไป”ดูเหมือนว่าหัวหน้าของเหล่าทหารยังพอมีฝีมืออยู่บ้างที่ยังสามารถตั้งสติของตนเองไว้ได้อยู่ แต่ทว่าเพียงแค่พริบตาเดียวที่เขาเรียกสติของลูกน้องของเขา ปลายดาบสีขาวนวลก็มาจ่ออยูที่คอหอยของเขาเช่นกัน

    “พวกแก อย่าขยับ ไม่ยังงั้นหัวหน้าของเอ็งตาย”แววตาที่แสดงถึงความไม่ปราณีของเรน ปรากฏเด่นชัดต่อสายตาของเหล่าทหาร แต่ก็ยังเก้ๆ กังๆ ถือปืนขู่รอเวลาเรนเผลอ

    “เอาปืนลง”เรนพูดพร้อมกดดาบลงไปที่ลำคอของหัวหน้าเหล่าทหารเป็นการขู่ เลือดจากบาดแผลเล็กๆ ของดาบค่อยๆ ไหลรินลงมา แต่ทหารบางคนก็ยังไม่กล้าเอาปืนลง เนื่องจากไม่มั่นใจในความปลอดภัยของตน

    “เขาสั่งให้เอาปืนลง ก็เอาลงเซ่!!!!!”ผู้ที่ถูกจับเป็นตัวประกันตะคอกใส่ลูกน้องเนื่องจากเหตุผลง่ายๆ คือกลัวตาย ซึ่งคำสั่งของหัวหน้าเป็นเด็ดขาด ทหารแต่ละนายจึงค่อยๆ วางปืนลง

    “ขอบใจมาก”อีกพริบตาเดียวที่เรนพูดจบ ทหารทั้งหมดทั้งมวลก็ถึงกับสลบสไลล้มลงไปนอน ทั้งๆ ที่ทหารบางคนยังเห็นเรนเอาดาบจ่อคอของหัวหน้าของเขาอยู่....

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------

    “เฮ้อ”เสียงถอนหายใจของเรนปรากฏขึ้น หลังจากที่เขาหลบหนีจากฝูงทหารยามมาได้ แต่เมื่อเขามองดูไปยังทีวีจอใหญ่ที่ติดอยู่กับตึกขนาดยักษ์ก็ต้องเหนื่อยใจมากกว่านี้อีก

    “....ผู้บุกรุกถือดาบคู่สีขาวนวล มีผมสีม่วง เป็นข้อสังเกตผู้ร้ายที่ได้มาจากกล้องวงจรปิด ผู้ใดที่พบเห็นหรือสามารถจับคนร้ายได้ มีรางวัลให้สูงถึง หนึ่งล้านโท (tor = สกุลเงินของโลกยูโทเปีย)....”ผู้ประกาศข่าวใส่สูทสีดำดูดี ประกาศข่าวโดยมีสีหน้าที่เรียบง่าย แตกต่างจากเนื้อหาข่าวที่น่าตื่นเต้นตกใจ

    แต่ถึงอย่างไรก็ตาม เมื่อข่าวนี้แพร่ออกไปอย่างรวดเร็วบวกกับคนในเมืองสามารถใช้พลังพิเศษกันได้ทุกคนแล้วล่ะก็ มันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยที่พวกเขาจะไม่หลับนอนกันยามค่ำคืน กลับวิ่งวุ่นกันตามหาบุคคลเพียงคนเดียว

    ดูเหมือนว่า โชคดียังเข้าข้างเรนอยู่เมื่อเขาใช้เรดาห์ที่สามารถสัมผัสหา “บุคคลที่ถูกสิงสถิต” ตามหาเป้าหมายอยู่ เนื่องจากเป้าหมายนั้น อยู่นิ่งกับที่ราวกับคนนอนหลับ และสถานที่อยู่ของเป้าหมาย อยู่แถวชานเมืองซึ่งไม่มีผู้คนพลุกพล่านมากนัก และข่าวเรื่องของเขาคงอาจยังไปไม่ถึงก็ได้

    จนในที่สุดเขาก็มาหยุดอยู่หน้ากระท่อมไม้เล็กๆ หลังหนึ่ง เมื่อเรนเห็นมันทำให้เขานึกถึงหน้าน้องสาวของเขาขึ้นมาทันที

    “ผู้มีพลังเซฟิรอธ อยู่แบบนี้กันทุกคนเลยรึนี่”เรนพูดถึงชะตากรรมแบบเดียวกับที่ตนเองได้เคยพบเจอมาก่อนที่จะย้ายเข้ามาอยู่องค์กร “เซฟิรอธ” ก่อนที่จะเดินเข้าไปในกระท่อมโทรมๆ หลังนั้น

    ภายในกระท่อม ที่มีเฟอร์นิเจอร์อยู่ไม่กี่อย่าง คือ เตียงไม้ที่อยู่ด้านในและโต๊ะไม้ที่ถูกจัดวางไว้ด้วยจานชามที่สะอาด บ่งบอกว่าคนที่อยู่ที่นี่ถึงจะอดอยากยากแค้นแต่เรื่องสุขอนามัยก็ไม่เคยได้ทิ้งไป บนเตียงไม้นั่นเรนเห็นเงาคนอยู่ลางๆ เขาจึงค่อยๆย่องเดินเข้าไป จนไปถึงตัวของผู้ที่นิทราอยู่อย่างสงบ

    “อย่างนี้ค่อยเอาตัวไปง่ายๆ หน่อย”เรนพูดอย่างสบายใจเมื่อเห็นเด็กชายวัยราวๆ สิบสองสิบสามปีหลับไหลอย่างสงบภายในความมืด

    “ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอพ่อหนุ่ม”เสียงเล็กแหลมของหญิงสาวดังมาแต่ไกลพร้อมกับเสียงที่บ่งบอกว่าได้มีข้าวของเสียหายขึ้น

    ตูม

    ร่างของหญิงสาวคนหนึ่งร่าวงลงมาทะลุหลังคากระท่อมจนเป็นรูโหว่ ทำให้แสงจากดวงจันทร์ทั้งสองดวงของยูโทเปียสาดส่องลงมาเผยให้เห็นรูปร่างหน้าตาของหญิงผู้มาเยือนได้อย่างชัดเจน เธอมีผมสีบลอนด์เงินที่ถูกรวบอยู่อย่างลวกๆ ราวกับเพิ่งตื่นนอนแล้วก็รีบมัดผมก่อนพังหลังคาลงมาหาเรน

    “เอ้า เจ้าเนซ ตื่นได้แล้วโว้ย”เสียงตะคอกของเธอช่างมีพลังรุนแรงจนกระทั่งทำให้เด็กน้อยผู้หลับไหลอยู่สะดุ้งตื่นขึ้นมาทันควัน

    “หา!! ถึงเวลาอาหารแล้วเหรอ พี่เซริส”เด็กน้อยถามด้วยน้ำเสียงที่แสดงให้เห็นว่าง่วงนอนอยู่

    “ไม่ใช่โว้ย ศัตรูน่ะ ศัตรูมันมาแล้ว”เซริสตะคอกซ้ำเพื่อให้เจ้าหนูคนนั้นตื่น

    “อ่ะ!!หา!! สตรีคือศัตรู”แต่เด็กน้อยคนนี้ก็ยังไม่วายฟังคำพูดของสาวโหดผิดๆ เพี้ยนๆ ไปอีก

    โป๊ก!!!

    เสียงของแข็งกระทบกันดังพอที่เรนจะสามารถได้ยิน เขาหันไปทางหนุ่มน้อยก็พบว่าเขากำลังกุมหัวอยู่ เสียงนั้นคงจะมาจากหัวของเด็กคนนี้ละมัง

    “ตื่นรึยัง?”สาวโหดถามเด็กผู้น่าสงสารที่ออกมาตอนแรกก็โดนเขกหัวอย่างไร้ปราณี เด็กชายพยักหน้าเป็นการตอบรับ เรนมองดูการกระทำของทั้งคู่ก็นึกยิ้มในใจและนึกถึงน้องสาวของตน

    “เอาล่ะ เล่นกันมามากพอแล้วนายมาจากกองค์กร “เซฟิรอธ” ใช่ไหม”เรนไม่พูด นิ่งเงียบเป็นคำตอบ

    “ไม่ตอบหมายความว่าใช่นะ”เซริสไม่รอช้า กระโดดพุ่งเข้าเตะใส่เรนทันที

    ดูเหมือนว่าความเร็วของเรนจะเหนือกว่า เมื่อเขาสามารถที่จะหลบฝ่าบาทาของหญิงสาวได้อย่างทันท่วงที แต่เซริสเองก็ใช่ย่อย สามารถมองความไวของเรนได้ทันจึงกระโดดเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศไปทางที่เรนอยู่และหมุนตัวกลางอากาศก่อนที่จะฟาดเท้ามาที่กระหม่อมของเรน ฝ่ายเรนเองก็กำลังงุนงงกับเหตุการณ์ที่เซริสกระโดดกลางอากาศเปลี่ยนทิศร้อยแปดสิบองศามาทางเขาได้ บวกกับเขาเพิ่งใช้ความเร็วเพื่อหลบหลีกการโจมตีครั้งแรกของเซริสทำให้จังหวะเสียไปอย่างสิ้นเชิงและโอกาสหลบพ้นกรโจมตีครั้งนี้ก็เป็นศูนย์

    ปึก

    ยังดีที่เรนมีไหวพริบที่เร็วพอที่จะใช้แขนเป็นการ์ดเพื่อป้องกันการโจมตีจากเซริสได้ แต่แรงกระแทกก็ทำให้หลังของเขาต้องกระทบกับพื้นดินอย่างเต็มแรง ในขณะที่เซริสลงพื้นได้อย่างสวยงาม

    “น่าผิดหวังจริงๆ ที่คนขององค์กรเซ...”ไม่ทันที่เซริสจะพูดจบ อยู่ๆ ขาของขวาข้างถนัดของเธอก็ทรุดลงไปดื้อๆ เนซเห็นท่าไม่ดีจึงรีบเข้าไปพยุง

    “นายทำอะไรพี่เซริส”เนซถามเรนขึ้นอย่างฉุนๆ

    “Soul Breaker ดาบที่มีความสามารถในการฟันพลังวิญญาณได้ ส่วนที่ถูกเจ้านี่ฟาดฟันจะทำให้เกิดอาการคล้ายๆ กับเป็นอัมพาต แต่ไม่นานก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ เหมือนกับทหารยามที่ฉันเคยฟันส่วนสมองทำให้สมองเป็นอัมพาตไปชั่วครู่ไงล่ะ”เรนอธิบายพร้อมโชว์ดาบให้เด็กชายดู

    “หึ ประมาทไปจริงๆ”เซริสยอมรับในฝีมือที่ด้อยกว่าเรน แต่ยังมีแววตาไม่ยอมแพ้ เรนเห็นดังนั้นจึงเตรียมตัวตั้งรับสิ่งที่กำลังจะมาต่อไป

    ฉึก

    ของมีคมสีน้ำตาลเหลืองแทงทะลุเข้าจุดสำคัญกลางทรวงอกของเรนอย่างเหมาะเจาะ ก่อนที่มันจะสลายกลายเป็นละอองสีน้ำตาลเหลืองไป เลืดสีดำไหลรินออกมาจากบาดแผลนั้น เรนมองไปยังรอบๆ ตัวก็พบว่าสิ่งที่ทิ่มแทงเขานั้นยังมีอีกจำนวนมากและรอที่จะทิ่มแทงเขาในอีกไม่ช้านี้แล้ว

    เฟี้ยว

    เสียงของสิ่งๆ นั้นกำลังเคลื่อนที่ด้วยความเร็วทำให้เกิดเสียงที่มันกระทบกับอากาศ

    ตุ๋ม

    ของสิ่งๆ นั้นวิ่งฝ่าละอองน้ำเม็ดเล็กๆ ในอากาศด้วยความเร็วจนเกิดเป็นเสียงดัง

    จึ๊ก

    เสียงของแข็งมีคมกระทบและฝังตัวเข้าไปในแผ่นหินเหล็กขนาดใหญ่ที่เกิดขึ้นมาล้อมรอบตัวของเรนกลายเป็นเกราะป้องกันสิ่งที่จะมาถึงตัวเรนได้อย่างทันท่วงที

    “พลังในการควบคุมทราย งั้นเหรอ?”เรนเอ่ยถามเซริส

    “แหะๆ โดนจับไต๋ได้แล้วสิ”เซริสเอ่อย่างอายๆ

    “ครั้งนั้นที่กระโดดเปลี่ยนทิศกลางอากาศได้คงเพราะว่าควบคุมทรายให้เป็นแผ่นขนาดเล็กแต่แข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักทั้งหมดของเธอได้ ก่อนที่จะกระโดดถีบแผ่นทรายนั้นมาทางผมล่ะซิ”เซริสไม่ตอบ เป็นหลักฐานที่ยืนยันคำตอบของเรนแล้ว

    “ทำไมไม่ยืนบนแผ่นทรายแล้วสู้ตั้งแต่แรก?”เรนถามอย่างสงสัย เช่นเดิมไม่มีเสียงตอบกลับจากเซริส แต่เขากลับได้ยินเสียงอย่างอื่นแทน มันอยู่ใกล้ๆ ตัวของเขา

    ฟู่......

    “แย่แล้ว”เมื่อเรนได้ยินเสียงชัดขึ้น เขาไม่รอช้ากระโดดขึ้นกลางอากาศอย่างไม่คิดชีวิต ทรายมีคมพุ่งมะลุแผ่นเหล็กอย่างหนาพุ่งมาที่ยืนเก่าของเรน ดูเหมือนว่าถ้าเรนรู้ตัวช้าอีกสักนิดก็คงเสร็จเซริสไปแล้ว

    “ทรายที่มีคุณสมบัติพิเศษเหรอ คงจะมีสภาพเป็นกรดสูงซินะ”ดูเหมือนเรนจะเดาความสามารถของเธอออก

    “รู้ตัวก็สายไปแล้ว”สิ้นคำพูดของเซริส เรนก็พบว่ายังมีทรายมีคมอีกชุดรอเขาอยู่กลางอากาศ และมันก็พุ่งเข้าหาเขาอย่างไม่ทันให้เขาได้ตั้งตัว

    ซวบ

    มันแทงทะลุทุกจุดของร่างของเรน ตั้งแต่หัวจรดเท้าและที่อื่นๆ อีกเป็นภาพที่สยองที่เด็กๆ ไม่ควรมองดูเป็นอันขาด แต่ทว่าจู่ๆ ร่างของเร็นก็สลายไป

    “ดูเหมือนเธอจะกลัวเลือดนะ”เสียงของเรนกระซิบที่ข้างหูของเซริสเบาๆ

    “หึหึ ใช่กลัวมากเลยหล่ะ จนไม่มีสติมองตามความเร็วของเธอทัน...”ไม่ทันพูดจบเซริสก็สลบไป

    “ก...แก ทำอะไรพี่เซริส”เด็กชายที่เอาแต่มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเริ่มมีน้ำตาหยดลงมา เมื่อเห็นพี่สาวที่สนิทของเขาสลบไป

    “อย่าตกใจไปเลย แค่ใช้ดาบนี้...”ยังไม่ทันได้อธิบายจบ ดูเหมือนว่าเนซจะเกิดอาการไซโครับประทานขึ้นมากระทันหัน เกิดสิ่งปกติขึ้นบนท้องฟ้า เรนแหงนหน้าขึ้นไปมองก็พบว่าท้องฟ้ากำลังถูกแหวกออก

    “เฮ้ยๆ ใจเย็นๆ”เรนพยายามบอกให้เด็กชายสงบสติอารมณ์ แต่ว่าคงไม่ทันเสียแล้ว

    เกิดฟ้าร้องดังขึ้นทั่วทั้ง Sally Town ประชาชนเองก็เกิดตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จนถึงกับต้องยกเลิกการตามจับเรนและต่างแยกย้ายเข้าที่ปลอดภัย

    “เอาแล้วไง”เรนพูดอย่างตระหนกกับสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นต่อไปนี้ ประตูบนฟากฟ้าเปิดออกอย่างเต็มที่พร้อมกับมีแสงสว่างสีขาวสดใสสาดส่องลงมา
  3. ultima

    ultima Active Member

    EXP:
    933
    ถูกใจที่ได้รับ:
    0
    คะแนน Trophy:
    36
    “แก ทำร้ายพี่เซริส”เด็กชายที่ขาดสติพูดขึ้นด้วยความแค้น

    “ตายไปซะเถอะ”เนซชี้นิ้วขึ้นบนฟ้าก่อนที่จะวาดนิ้วมาชี้ที่เรน เกิดลำแสงจำนวนมากพุ่งพาดผ่านออกมาจากประตูบนท้องฟ้ากลุ่มลำแสงส่วนใหญ่มีเป้าหมายมาที่เรน แต่ว่าก็มีบางกลุ่มเองที่กระจายไปยังที่ต่างๆ ในเมือง

    “เอาไงเอากัน”เรนลืมตาข้างขวาของเขาที่ผมของเขาเคยปิดมาตลอด ดวงตาสีแดงเบิกโพลงขึ้นอย่างน่าเกรงขาม

    “Eye Of Satan”ดวงตาสีแดงจับจ้องไปที่เด็กชายที่กำลังขาดสติ ก่อนที่กลุ่มลำแสงจะวิ่งลงมาถึงยังตัวของเขาซะก่อน เป็นผลทำให้ประตูบนฟากฟ้านั้นหายไป และลำแสงที่ถูกปล่อยลงมาก็หายไปด้วย พร้อมกับร่างของเด็กชายก็ล้มลงหมดสติไป

    “ฟู่ว ขอบคุณมากครับที่ช่วยเมืองนี้ไว้”เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นมาจากความมืด เรนหันไปมองที่มาของเสียง

    “เซเฟอร์ มารูเชียน”เรนอุทานขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของชายผู้มาเยือน

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------

    “ฮ้าว.....” เสียงของสาวผมบลอนด์เงินดังขึ้นหลังจากที่หลับเต็มอิ่มมานานกว่า สองชั่วโมง

    “อ้าว ตื่นแล้วเหรอ”เสียงของเซเฟอร์ ทักทายเซริสที่เพิ่งตื่นหลังจากสลบไสลไปนาน

    “อ้าว เซเฟอร์หรอกเหรอ? เฮ้ย!!! แล้วไอ้เจ้าหนุ่มผมเทามันหายไปไหนล่ะเนี่ย” เซริสมองไปรอบๆ ตัวเองก็พบว่าสถานที่ๆ ตนเองอยู่เปลี่ยนไปก่อนหน้านี้แต่สถานที่นี้ก็คุ้นตาเธอมาก มันคือฐานบัญชาการลับของ A.S.G นั่นเอง

    “อ๋อ หมายถึง คุณเรนน่ะเหรอครับ”เซเฟอร์พูดพลางเปิดหนังสือขึ้นมาอ่าน

    “หึหึ ไอ้หนุ่มนั่นชื่อเรนหรอกรึนี่”เซริสยิ้มอย่างมีเลศนัย

    “อ้าว เจ๊ แพ้เขากลับมายังยิ้มได้อีกเนาะ แปลกคนจริงๆ” ชายแว่น+(กับความหน้าหื่น) พูดออกมาอย่างเยาะเย้ย

    “อย่าจุ้นไม่เข้าเรื่อง”เซริสตะคอกใส่ชายคนนั้น

    “โอ๊ะ โอ๋ อย่าโกรธสิเจ๊”หนุ่มแว่นยังไม่เลิกที่จะหยอกเซริส

    “กามจัดไม่พอ ปากหมาอีกนะเอ็ง”เซริสไม่พูดปล่าวเนื่องจากมีกลุ่มก้อนทรายขนาดใหญ่กำลังก่อตัวขึ้นตรงหน้าของหนุ่มแว่นคนนั้น

    “ตายห่าล่ะ เซริสคนสวยออย่าโกรธเลยนะ เค้าผิดไปแย้ว”เขาพูดพร้อมส่งสายตาอันน่าสงสาร (แต่อาจน่าสมเพศในสายตาเซริส)ไปให้ ดูเหมือนจะได้ผลเมื่อก้อนทรายตรงหน้าเขากลับลงไปสู่พื้นเป็นทรายธรรมดาไปแล้ว

    “ฮู้ว เกือบไม่รอด”หนุ่มแว่นพึมพำกับตัวเอง

    “เอะอะ อะไรกันอ่ะอับ”เสียงของเด็กชายพูดขึ้นอย่างงัวเงีย ในขณะที่เดินออกมาจากห้องหนึ่ง

    “อ้าว เนซ นึกว่าหายไปไหน ไปนอนในห้องของเซเฟอร์มาเหรอ”เซริสพูดขึ้น เมื่อเห็นเด็กชายเดินออกมา

    “อ้าว พี่แอสเชอร์ กลับมาจากบาร์เกย์แล้วเหรออับ”เด็กชายแซวหนุ่มแว่นขึ้น เล่นเอาเซริสและเซเฟอร์กลั้นหัวเราะแทบไม่อยู่

    “เอาเข้าไป นี่ฉานเคยไปที่นั่นซะเมื่อไหร่กันเล่า”แอสเชอร์โต้กลับอย่างเคืองๆ

    “ก็แหม ชื่อพี่ แอส (Ass) (แปลว่า .... น่าจะรู้กันเนอะ) เชอร์ (-er) (Suffix ชนิดหนึ่งที่เมื่อต่อท้ายของคำนามหรือกริยาจะกลายเป็นคำนามทันที) ก็หมายความว่า นักเล่น... ไม่ใช่เหรออับ”คราวนี้ไม่มีคนทนไหวแล้ว ทั้งเซเฟอร์และเซริสปล่อยก๊ากกันลั่นที่กบดานเลยทีเดียว เล่นเอาแอสเชอร์เจ็บใจอย่างแรง แต่ทว่ามีเพียงคนเดียวที่ไม่เป็นที่สังเกต และไม่แสดงอารมณ์ยินดียินร้ายกับเหตุการณ์นี้ และดูเหมือนเนซจะหันไปเจอพอดี

    “อ้าวพี่เร็คมานั่งอยู่นี่นานเท่าไหร่แล้ว” เนซถามชายหน้าตาหล่อเหลา

    “......”ความเงียบกลับคืนเนซมาเป็นคำตอบ มีเพียงแค่ชายคนนั้นหันมามองเขาและพยักหน้าให้เท่านั้น ก่อนที่จะหันกลับไปมองด้านนอกด้วยสายตาที่ไร้ชีวิตชีวาต่อไป.....

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------

    “ทำงานพลาดงั้นรึ เรน” เสียงที่เย็นชาแต่เปี่ยมไปด้วยความโมโหร้ายเอ่ยขึ้นกับเรนซึ่งก้มหน้ารับความผิดอยู่อย่างไม่มีข้อกังขาใดๆ

    “งานต่อไป คงไม่มีให้เจ้าแล้วนะ”ชายคนนั้นเบือนหน้ามามองเรน เผยให้เห็นแววตาที่ดูโหดร้ายภายในกรอบแว่นที่คนผู้นั้นใส่ ทำให้เรนไม่กล้าสบตากับชายคนนั้นแม้แต่นิดเดียว

    “แต่ว่า...”ดูเหมือนเรนจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ถูกขัดเสียก่อน

    “ไม่มีแต่ คราวหน้าข้าจะใช้คนอื่นทำงานแทน”เสียงนั้นเป็นน้ำเสียงที่เด็ดขาด เป็นเสียงของคนที่เหมาะที่จะเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

    ก๊อก ก๊อก

    เสียงเคาะประตูดังขึ้น

    “เข้ามา”บุคคลที่กำลังต่อว่าเรนอยู่ตอบรับคนที่อยู่ภายนอก

    ชายผู้หนึ่งเดินย่างกรายเข้ามาในห้องที่ถูกพรมไว้ด้วยพรมสีแดง ชายผู้มาพร้อมกับผมสีชาและดวงตาที่เรียวคม ยืนหยุดอยู่ด้านข้างของเรน

    “ท่าน คาซุนโดะ เรียกข้าหรือครับ”เสียงทุ้มของชายผู้นั้นเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ

    “ใช่แล้ว ไทร์น ข้ามีงานจะมอบหมายให้เจ้าทำ”ชายในชุดสูทพูดพร้อมเบือนสายตาไปยังเรน ซึ่งการกระทำนี้คล้ายกับเป็นการหักหน้าเรนไปในตัวด้วย

    “งาน?”ไทร์นถามอย่างสงสัย

    “ใช่”คาซุนโดะพูดขึ้น พร้อมส่งสายตาราวกับจะบอกว่า “นายไม่เกียวข้อง” เรนเมื่อเห็นดังนั้นจึงต้องจำใจเดินออกไปอย่างอารมณ์เสีย

    “ไอ้แก่เอ้ย” เรนพูดอย่างอารมณ์เสีย พร้อมกับใช้หมัดกระแทกเข้าที่กำแพงอย่างรุนแรงจนมันเป็นหลุมเว้าลงไป เลือดสีดำไหลรินออกมาตามแนวแผลของที่เกิดจากการกระแทกเมื่อชั่วครู่ แต่มันคงไม่ทำให้เรนผู้ซึ่งไร้ความเจ็บปวดรู้สึกเจ็บขึ้นมาได้ แม้ว่าเขาอยากจะรู้สึกสิ่งนั้นบ้างก็ตาม.......

    --------------------------------------------------------------------------------------------------------

    Thank For Character Editor

    Ren Crisis >>>> !+~ZGMFS~+!
    SAOIRSE Enaleatto >>>> ยูคิฮิเมะ~ Gespenst Jaeger
    Kayneth Gilgamesh >>>>>> [ Jenova_Sung ]
    แอสเชอร์ ชาซิดาห์ >>>>>> ฟีโลอาทรอส # ภาค ~*come back*~
    recnal maxiel >>>>>> maxlancer
    Kazundo Takakura >>>>>> Vincent : Red Pill
    Trine Mainyard >>>>>>> -> T r A i N <-
  4. shinkyoto

    shinkyoto Well-Known Member

    EXP:
    580
    ถูกใจที่ได้รับ:
    3
    คะแนน Trophy:
    88
    โอ้มาแล้ว อืมมมม จะรอติดตามตอนต่อไปนะคร้าบบบ (แล้วเมื่อไหร่จะมาฤา?)
  5. philoatros

    philoatros Member

    EXP:
    220
    ถูกใจที่ได้รับ:
    0
    คะแนน Trophy:
    16
    มาแล้วๆ คิดอยู่เหมือนกันว่าหายไปไหน

    รีบมาลงนะครับ จะรออ่านครับ ^^

Share This Page