Linked Orbis : สี่สหายตะลุยโลกออนไลน์

กระทู้จากหมวด 'Fiction' โดย taleoftrue, 9 สิงหาคม 2010.

  1. taleoftrue

    taleoftrue Well-Known Member

    EXP:
    900
    ถูกใจที่ได้รับ:
    52
    คะแนน Trophy:
    113
    รีพลายแรกนี่ขอเอาไว้ทำสารบัญ เก็บลิ้งแต่ละตอนไว้ก็แล้วกันนะครับ

    เห็นลงเรื่องนี้อย่าเพิ่งตกใจว่าจะดอง Dream Quest ซะล่ะ เพราะจริงๆเรื่องนี้แต่งลงไว้ในเด็กดีก่อนหน้า Dream Quest นานแล้ว จริงๆแล้วเป็นฟิครับสมัครตัวละครจากเพื่อนๆในเว็บ viewmix แต่เพราะขอรับบริจาคไว้ก่อนแล้วเผื่อจะได้ออกหนังสือกะเขามั่ง (หวังสูงไว้ก่อน />_<) ก็เลยไม่ได้ขึ้นหัวว่าเป็นฟิครับสมัครไว้ เร็วๆนี้อาจจะลงขอรับบริจาคตัวละครในบอร์ดนี้ด้วยแต่อยากจะวางพล็อตให้ผ่านเนื้อเรื่องช่วงหนึ่งไปก่อนล่ะนะครับ

    เนื่องจากในเ้ด็กดีมีอยู่หลายตอนแล้ว แต่จะเอามาลงที่นี่รวดเดียวเลยก็กระไรอยู่ เพราะงั้นผมจะค่อยๆอัพประมาณ 3-4 วันตอนนึงล่ะนะ แต่ถ้าใกล้ไล่ตอนล่าสุดในเด็กดีทันผมจะชะลออัพช้าลงเพราะเวอชั่นในนี้จะเป็นเวอชั่นที่ตรวจคำผิดให้เรียบร้อยก่อน + มีปรับสำนวนกับรายละเอียดเล็กน้อย (แต่ถ้ายังมีจุดไหนผิดอยู่รบกวนช่วยเตือนกันบ้างก็ดีฮะ)

    อ่านกันแล้วขอคอมเมนท์วิจารณ์บ้างนะครับ อยากรู้ว่าควรปรับปรุงเทคนิคการแต่งยังไงมั่งดี


    Index Updated 3 กพ. 2554

    - ตอนที่ 1 : Login
    - ตอนที่ 2 : Game Start
    - ตอนที่ 3 : ภารกิจสวนครัว
    - ตอนที่ 4 : เริ่มเดินทาง
    - ตอนที่ 5 : บ้านแม่มด
  2. taleoftrue

    taleoftrue Well-Known Member

    EXP:
    900
    ถูกใจที่ได้รับ:
    52
    คะแนน Trophy:
    113
    Linked Orbis - ตอนที่ 1


    "ไปไงมาไงถึงได้มานอนเจ็บอยู่งี้ล่ะฟ้า"

    เสียงใสกล่าวถามเด็กสาววัยเดียวกัน ในขณะที่คนถูกถามยังคงนั่งอยู่บนเตียงซึ่งหากสังเกตดูดีๆบริเวณข้อเท้าข้างขวานั้นมีผ้าพันแผลเอาไว้บ่งบอกว่าเธอบาดเจ็บบริเวณนั้น

    "ตอนไปเดินเขาลื่นผิดท่าไปหน่อยน่ะ"

    คนเจ็บตอบท่าทีเขินอายเล็กน้อยเพราะปกติเธอชอบไปเดินเขาตอนวันหยุดบ่อยๆ แม้แต่ไปตั้งแคมป์กลางป่ากลางเขาในช่วงวันหยุดยาวก็เคยทำ แต่คราวนี้แค่เดินเขาตามทางเดินสำหรับนักท่องเที่ยวกลับเผลอลื่นตกเนินเตี้ยๆจนขาเคล็ดเสียได้เลยพาลรู้สึกเขินอายอย่างบอกไม่ถูกเพราะเคยคุยอวดเอาไว้เสียเยอะ

    "แล้วสาระล่ะ?" เด็กหนุ่มอีกคนถามขึ้นพร้อมส่งผลไม้เต็มตะกร้าให้เป็นของเยี่ยม

    "ไปซื้อของอยู่น่ะ พวกเธออยู่กันก่อนสิจะได้ทำกับข้าวกินกัน"

    "แหงอยู่แล้วหมอนั่นทำอร่อยจะตายไป"

    "นายนี่ไม่ค่อยจะเห็นแก่กินเลยนะอัคคี หัดเกรงใจเจ้าของบ้านซะบ้างสิ"

    ถึงแม้เด็กสาวอีกคนจะพูดบ่นแต่ก็เข้าทำนองล้อเล่นกันเสียมากกว่าเพราะทั้งสี่นั้นเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่สมัยประถมแถมบ้านก็อยู่ในละแวกเดียวกันเลยสนิทกันมาก แถมหลังจากที่รู้ว่าฟ้านั้นอาศัยอยู่ตัวคนเดียวเพราะพ่อของเธอต้องไปทำงานไกลบ้านบ่อยๆ ทิพย์เกสรจึงจัดการเสนอให้เพื่อนๆมารวมตัวทำอาหารกินกันตอนเย็นทุกวันที่ว่างดังนั้นการที่พวกเขาพากันแวะเวียนไปตามบ้านของแต่ละคนจึงดูไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร


    หลังจากทั้งสามย้ายกันมานั่งดูทีวีในห้องนั่งเล่นได้พักใหญ่เสียงประตูบ้านก็เปิดขึ้นช้าๆ พร้อมกับเด็กหนุ่มร่างเล็กคนหนึ่งเดินเข้ามาพร้อมถุงใส่ของสำหรับทำอาหารมาหลายถุง

    "มาซักทีพ่อครัวใหญ่"

    อัคคีทักทายเมื่อได้ยินเสียงเปิดประตูบ้านแถมรีบเข้าไปช่วยถือข้าวของให้ แต่เด็กหนุ่มที่เพิ่งมาถึงไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่ส่งของให้เพื่อนรับไปถือ ซึ่งเพื่อนๆก็ไม่ได้สนใจนักเพราะเป็นที่รู้กันว่าสารัตถะนั้นเป็นคนเงียบและพูดแต่จำเป็นสมชื่อ จนเพื่อนๆในห้องเรียนแซวกันบ่อยๆว่าวันไหนเห็นนายสาระพูดเกิน 100 คำวันนั้นต้องฝนตกเป็นแน่

    แน่นอนว่าเจ้าตัวไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลาพออัคคีเอาของเข้าไปในห้องครัวเขาก็เดินตามไปเตรียมของทำอาหารทันที โดยมีทิพย์เกสรกับอัคคีทำให้หน้าที่เป็นผู้ช่วยปล่อยให้คนเจ็บได้นั่งพักดูทีวี ไม่นานนักอาหารหลายชนิดก็พร้อมเสิร์พบนโต๊ะให้สี่สหายนั่งกินกันอย่างสบายอารมณ์


    "ไหนๆก็ต้องพักอยู่บ้านแล้ว คราวนี้เธอห้ามเบี้ยวแล้วนะฟ้า"

    จู่ๆทิพย์เกสรก็พูดขึ้นก่อนจะตักอาหารเข้าปาก

    "เอ๋?"

    "ไอ้นี่ไง"

    อัคคีหยิบเอากล่องขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋าพร้อมกับส่งให้กับฟ้า

    เด็กสาวรับมาอย่างงงๆพลางมองสำรวจให้ทั่วตัวกล่องก่อนจะพบว่าบนตัวกล่องมีโลโก้ที่อ่านได้ว่า 'Linked Orbis' ทำให้เธอนึกออกว่าเป็นชื่อของเกมเพิ่งเปิดใหม่เมื่อไม่นานมานี้ ที่จำได้ก็ไม่ใช่เพราะอะไรแต่เพราะทิพย์กับอัคคีตื๊อชวนเธอเล่นมาตั้งแต่เดือนก่อนแล้วแต่เธอก็ยังไม่ได้ตอบตกลงว่าจะเล่นซักที จริงๆแล้วก็ไม่ใช่ว่าฟ้าจะเล่นพวกเกมออนไลน์นี่ไม่เป็นเพราะเธอเองก็เคยเล่นอยู่บ้าง เพียงแต่ยังไงๆโดยส่วนตัวแล้วฟ้าก็ยังชอบการเดินเขาชมวิวกินบรรยากาศมากกว่าที่จะเข้าไปชมบรรยากาศในเกมที่ยังไม่สมจริงนัก ทำให้เธอสัมผัสบรรยากาศของธรรมชาติแท้ๆไม่ได้พอเป็นเช่นนั้นไม่นานเธอก็เป็นอันเบื่อจนเลิกเล่นไปซะทุกเกม จะมีที่ยังเล่นอยู่นานๆครั้งก็พวกเกมกีฬาที่ช่วยให้เธอไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปกับการเล่นของจริงอย่างพวก ปัง** เป็นต้น

    "เกมนี้เพิ่งจะเปิดให้เล่นจริงเมื่อเดือนก่อนนี่เอง ก็ตอนที่ชั้นกับยัยทิพย์มาเร่งให้เธอเขียนใบสมัครนั่นล่ะไม่งั้นขืนมาสมัครเอาวันนี้ก็ต้องรอยืนยันการลงทะเบียนกันอีกเป็นอาทิตย์เพราะขั้นตอนมันยุ่งยากน่าดู"

    "พูดถึง แผ่นเกมน่าจะส่งมาถึงวันนี้แล้วนะฟ้า"

    ทิพย์ทักขึ้นเมื่อสังเกตว่าฟ้าจะยังไม่รู้

    "ถ้านั่นผมวางไว้ให้บนโต๊ะนั่นแล้วล่ะ"

    สาระตอบเพื่อทั้งสามพลางชี้ไปทางโต๊ะข้างๆทีวี

    "เห็นนายว่าเคยเล่นตอนเปิดทดสอบระบบแล้วใช่มะ"

    อัคคีถามสาระซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้าแทนคำตอบ

    "ก็แค่ไม่ต้องยุ่งยากสมัครไอดีใหม่น่ะ เพราะตอนปิดทดสอบทุกไอดีจะโดนรีเซ็ตกลับไปเริ่มใหม่หมด"

    เด็กหนุ่มพูดเสริมเพราะเหมือนอัคคีกับทิพย์จะดูสนใจเป็นพิเศษ

    "แต่ก็ดีที่คนร่วมทดสอบจะได้ไอเท็มเพิ่มเติมตอนเริ่ม ช่วยให้ตั้งตัวได้ไวหน่อย"


    หลังจากนั้นทั้งสี่ก็กินอาหารไปพลางคุยเรื่องเกมไปพลางโดยต่างช่วยกันอธิบายรายละเอียดพื้นฐานของเกมให้ฟ้าเข้าใจไปด้วย จากนั้นเมื่อทานอาหารเสร็จทุกคนเลยช่วยกันเก็บกวาดพร้อมกับช่วยกันติดตั้งเกมลงในเครื่องเล่นเกมให้แทนคนเจ็บก่อนจะแยกย้ายกันกลับบ้านโดยไม่ลืมที่จะนัดเจอกันหน้าอาคารเริ่มต้นจะได้ออกไปเก็บเลเวลด้วยกัน

    เด็กสาวนอนแผ่บนเตียงพลางหันไปดูนาฬิกาที่บ่งบอกเวลา 1 ทุ่มซึ่งตามที่พวกเธอนัดเจอกันในเกมคือเวลาราวๆ 2 ทุ่ม ฟ้าจึงเอาเวลามาอ่านรายละเอียดในหนังสือคู่มือดูอีกครั้งยังไงเสียการรู้อะไรไว้บ้างก็ดีกว่าเข้าไปเล่นโดยไม่รู้อะไรเลย..


    จากเดิมตัวเกมออนไลน์ประเภทโลกเสมือนจริงส่วนใหญ่การแสดงผลยังเห็นความแตกต่างจากของจริงได้ชัดเจนทว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการแสดงผลก็ได้ปรับปรุงขึ้นเป็นอย่างมากจนแทบจะเรียกได้ว่าโลกในเกมนั้นเสมือนโลกอีกใบหนึ่งเลยทีเดียว ซึ่ง Linked Orbis (ต่อจากนี้จะเรียกย่อๆว่า 'ออร์บิส') นั้นก็เป็นหนึ่งในเกมที่นำระบบโลกเสมือนจริงมาพัฒนาเพื่อใช้งาน

    จากเกมจำลองโลกเสมือนจริงหลากหลายเกม ออร์บิสนั้นเรียกได้ว่ามีจุดเด่นซึ่งเกิดจากการร่วมทุนระหว่างบริษัทในประเทศต่างๆและแบ่งโซนทวีปเริ่มต้นออกตามประเทศที่ตั้งเซิร์พเวอร์นั้นๆโดยใช้ชื่อทวีปตามชื่อของประเทศทำให้ผู้เล่นสามารถเดินทางไปพบปะผู้เล่นจากประเทศอื่นได้โดยไม่จำเป็นต้องทำการย้ายตัวละครข้ามเซิร์พเวอร์แต่อย่างใด ส่วนด้านเวลาภายในเกมนั้นจะมากเป็น 6 เท่าของเวลาบนโลกจริงๆ (ยกเว้นในช่วงสงครามระบบจะทำการเพิ่มเวลาเป็น 12 เท่า เพื่อให้ผู้เล่นสามารถร่วมกิจกรรมได้อย่างต่อเนื่องยิ่งขึ้น) แต่ผู้เล่นสามารถตรวจเช็คเวลาของทั้งสองฝั่งได้อย่างอิสระจึงไม่ต้องกลัวปัญหาเรื่องความแตกต่างของเวลาเป็นอย่างใด

    อนึ่งภายในเกมจำลองระบบความเจ็บปวดไว้ที่ 5% ของความรู้สึกปกติ และจำลองระบบความเหนื่อยล้าไว้ที่ 25% จากปกติ ผู้เล่นจึงควรเล่นด้วยความระมัดระวังและติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยในเครื่องเล่นให้พร้อม


    อ่านได้พักหนึ่งเด็กสาวก็หยุดพักสายตาก่อนจะวางหนังสือคู่มือไว้บนโต๊ะข้างเตียงเมื่อเห็นว่าเข็มนาฬิกาชี้บอกเวลา 1 ทุ่ม 30 นาทีแล้ว เธอไม่อยากให้พวกเพื่อนๆรอกันนานเท่าไหร่นักจึงคิดจะเข้าไปจัดการสร้างตัวละครก่อนให้ทันเวลาที่นัดเอาไว้ ฟ้าหยิบเอาเครื่องเล่นเกมที่มีลักษณะคล้ายเฮดโฟนมาสวมเพื่อเข้าเกมทันที

    "ขอต้อนรับสู่ Linked Orbis"

    เสียงๆหนึ่งดังขึ้นเมื่อเครื่องเกมเริ่มทำงานพร้อมกับอาการง่วงนอนอย่างช้าๆ พาเด็กสาวเข้าสู่โลกแห่งความฝัน
  3. taleoftrue

    taleoftrue Well-Known Member

    EXP:
    900
    ถูกใจที่ได้รับ:
    52
    คะแนน Trophy:
    113
    Linked Orbis - ตอนที่ 2


    เมื่อรู้สึกตัวอีกครั้งฟ้าพบว่ารอบตัวเธอนั้นมืดสนิทแต่ไม่นานนักแสงสว่างจางๆก็เริ่มปรากฏขึ้นทีละน้อยจนเปลี่ยนให้รอบๆตัวของเธอกลายเป็นสีขาวสบายตา เด็กสาวมองออกไปรอบๆจึงเห็นว่าที่ที่เธออยู่เป็นห้องโล่งๆที่มีความกว้างพอสมควร และตรงกลางห้องนั้นมีหญิงสาวคนหนึ่งยืนอยู่ในชุดเครื่องแบบพนักงานของบริษัทเกม

    "ยินดีต้อนรับเข้าสู่เกมออร์บิสนะคะ เชิญนั่งก่อนเถอะค่ะ"

    หญิงสาวคนนั้นผายมือไปทางโซฟาสีขาวซึ่งตั้งอยู่ด้านหลังของเธอ พอฟ้านั่งตามคำเชิญเธอจึงเสิร์พน้ำเย็นๆให้พร้อมกับเริ่มอธิบายตามหน้าที่

    "ก่อนอื่นดิฉันขอยืนยันข้อมูลกับรหัสผ่านก่อนนะคะ กรุณาบอกรหัสผ่านที่คุณได้รับไปด้วยค่ะ"

    ฟ้าจำรหัสผ่านที่ระบุไว้ในตัวเกมที่เธอได้รับมาได้เธอจึงบอกไปโดยไม่ติดขัดอะไร หลังจากนั้นพนักงานสาวก็เช็คข้อมูลจากในคอมพิวเตอร์ที่อยู่ตรงหน้าเธออยู่ครู่หนึ่ง

    "ยืนยันรหัสถูกต้อง คุณนภามาศ ประจิมคราม ใช่ไหมคะ"

    "ใช่ค่ะ"

    "ยืนยันข้อมูลเรียบร้อยค่ะ เอกสารอื่นๆทางเราได้รับหมดเรียบร้อยแล้ว กรุณาสักครู่เพื่อให้ระบบคำนวณระดับความสามารถของตัวผู้เล่นก่อนนะคะ"

    สิ้นคำภายในห้องพลันเริ่มมีแสงสีฟ้าเรืองๆสว่างออกมาจากพื้นผนังทุกด้าน ก่อนที่แสงสว่างนั้นจะส่องผ่านมายังกลางห้องอย่างช้าๆและค่อยๆรวมตัวกันเป็นแสงสว่างที่มีลักษณะกลมเกลี้ยงที่มีขนาดประมาณลูกบาสเกตบอล

    "ตรวจสอบข้อมูลเสร็จสิ้นแล้วค่ะ จากนี้จะเป็นการสร้างตัวละครสำหรับเล่นเกมนะคะ"

    "ก่อนอื่นกรุณาระบุชื่อที่จะใช้ในการเล่นด้วยค่ะ ผู้เล่นสามารถตั้งชื่อได้อิสระโดยไม่จำเป็นต้องใช้ชื่อจริงแต่ระบบจะไม่อนุญาตให้ใช้ชื่อที่มีเนื้อหาหยาบคายนะคะ"

    "วินดี้ ค่ะ"

    "ชื่อ 'วินดี้' สามารถใช้ได้ค่ะ ต้องการยืนยันที่จะใช้ชื่อนี้มั้ยคะ?"

    "ยืนยันค่ะ"

    เมื่อฟ้าตอบตกลงบอลแสงสีฟ้าเบื้องหน้าพลันเปลี่ยนรูปทรงกลายเป็นกล่องสี่เหลี่ยมทรงกระบอกที่มีขนาดพอๆกับความสูงของเด็กสาว ภายในนั้นปรากฏภาพของคนที่มีลักษณะเหมือนกับฟ้าไม่ผิดเพี้ยน หากแต่ต่างกันตรงที่เสื้อผ้านั้นเป็นเพียงชุดเสื้อยืดและกางเกงขายาวแบบเรียบๆไม่มีจุดเด่นอะไร

    "ตัวละครภายในเกมนั้นสามารถปรับแต่งทรงผมและเสื้อผ้าได้อย่างอิสระซึ่งรวมถึงสีของผมและดวงตา แต่ชุดเสื้อผ้าพวกนี้จะไม่มีคุณสมบัติพิเศษอะไรนะคะ ส่วนรูปร่างหน้าตานั้นทางระบบอนุญาตให้ปรับแต่งได้ไม่เกิน 10% ค่ะ"

    พอฟังคำอธิบายเสร็จเด็กสาวก็เลือกเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดแบบสำหรับใช้เดินป่าที่เธอมักจะใส่บ่อยๆ ส่วนรูปร่างหน้าตานั้นเธอไม่ได้ปรับเปลี่ยนอะไรเพราะเธอไม่ได้สนใจเรื่องความสวยงามมากนักดังนั้นใช้รูปร่างตามปกติก็พอแล้ว

    "บันทึกข้อมูลเรียบร้อยค่ะ"

    พนักงานสาวพูดขึ้นหลังจากฟ้ายืนยันลักษณะของตัวละครไปก่อนจะปรากฏหน้าจอข้อมูลขึ้นมาตรงหน้าของเด็กสาว

    ______________________________________

    ชื่อผู้เล่น : วินดี้
    เลเวล : 1

    พลังชีวิต 150/150 พลังงานเวท 50/50
    พละกำลัง 5 ความทนทาน 5
    ความเร็ว 30 เวทมนต์ 10
    _______________________________________


    "จากการคำนวณของระบบคุณวินดี้จะได้รับทักษะอ่านลมและได้รับแต้มทักษะ 1 แต้ม ขอแนะนำให้ใช้แต้มทักษะเพื่อเรียนรู้ทักษะพื้นฐานอย่างใดอย่างหนึ่งก่อนค่ะ"

    "แต้มทักษะเหรอคะ?"

    "ไม่ทราบว่าคุณวินดี้ต้องการคำอธิบายเกี่ยวกับระบบทักษะไหมคะ?"

    พนักงานสาวดูจะรู้ว่าฟ้าเกิดสงสัยในเรื่องทักษะเธอจึงอาสาจะอธิบายให้ฟัง แม้การทำงานเป็นผู้ช่วยในการสร้างตัวละครจะดูน่าเบื่อแถมต้องตอบคำถามซ้ำซากหลายต่อหลายครั้งก็ตาม แต่เธอก็รู้สึกภูมิใจกับงานนี้แถมช่วงนี้มีคนเข้ามาเล่นเกมอยู่ไม่น้อยแทนที่จะต้องไปดูแลผู้เล่นเจ้าปัญหามาช่วยดูแลสาวน้อยน่ารักแบบนี้ดีกว่าเห็นๆ

    "ถ้าอย่างนั้นรบกวนช่วยอธิบายหน่อยนะคะ"

    เมื่อฟ้าตอบตกลงเธอจึงเริ่มเกริ่นอธิบายให้ฟังทันที

    "ในเกมนี้การเรียนรู้ทักษะนั้นก่อนอื่นจำเป็นต้องมีแต้มทักษะเสียก่อนค่ะ โดยแต้มทักษะจะได้รับมาเมื่อตัวละครทำการเลื่อนระดับเลเวลโดยสะสมค่า EXP ให้ถึงจำนวนที่กำหนด ซึ่งค่า EXP ก็จะได้จากการจำกัดมอนสเตอร์หรือทำภารกิจ และผู้เล่นสามารถเช็ครายชื่อของทักษะต่างๆที่สามารถเรียนรู้ได้จากเมนูของระบบค่ะ ก่อนอื่นคุณวินดี้ลองเรียกหน้าจอของเมนูระบบขึ้นมาดูสิคะ แค่คิดถึงก็เรียกออกมาได้แล้วหรือถ้าไม่ได้จริงๆให้พูดคำว่า 'เมนูระบบ' ก็สามารถเรียกหน้าจอขึ้นมาได้เหมือนกันค่ะ"

    เด็กสาวลองคิดเรียกเมนูระบบขึ้นมาตามคำอธิบาย ภายในหน้าจอนั้นมีรายละเอียดข้อมูลของตัวละครคล้ายกับเกมที่เคยเล่นมาจึงไม่ยากในการทำความเข้าใจนัก ทางแถบด้านขวาของเมนูประกอบด้วยปุ่มต่างๆที่มีไว้เพื่อเรียกข้อมูลอื่นๆขึ้นมาดู ฟ้าลองกดไปที่ปุ่มซึ่งเขียนไว้ว่า 'Skill' หน้าจอข้อมูลก็เปลี่ยนไปโดยแสดงรายชื่อของทักษะต่างๆขึ้นมา

    "เนื่องจากตอนนี้คุณวินดี้เพิ่งอยู่ระดับ 1 นอกจากทักษะส่วนตัวแล้วจึงมีแค่ทักษะพื้นฐานที่สามารถเรียนรู้ได้ค่ะ ส่วนทักษะพื้นฐานก็มีทักษะชำนาญอาวุธ, รักษาเบื้องต้น, ฟื้นฟูพลังเวท, กระเป๋าคนจร, รวบรวมวัตถุดิบ แล้วก็ทักษะสื่อสารรวมทั้งหมด 6 ทักษะ เมื่อเรียนรู้ทักษะเรียบร้อยแล้วทักษะนั้นจะอยู่ในระดับ 1 ซึ่งสามารถฝึกฝนเพื่อเลื่อนระดับของทักษะนั้นๆได้โดยทำในสิ่งที่เกี่ยวข้องในทักษะนั้นๆ เช่น ถ้าผู้เล่นมีการสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงก็จะช่วยเพิ่มระดับของทักษะสื่อสารค่ะ"

    "ส่วนรายละเอียดของแต่ละทักษะคงต้องขอให้สอบถามเพิ่มเติมจากในอาคารแนะนำผู้เล่นนะคะ"

    พนักงานสาวอธิบายสรุปอย่างรวบรัดเพราะได้รับสัญญาณแจ้งว่าให้ไปแนะนำผู้เล่นอื่นต่อ แม้จริงๆแล้วเธออยากอธิบายให้ละเอียดกว่านี้แต่ดูเหมือนว่าจำนวนผู้เล่นที่รอสร้างตัวละครจะมากเกินไปและ AI ก็ไม่สามารถตอบรับผู้เล่นได้ดีพอเธอเลยจำต้องโอนหน้าที่อธิบายส่วนที่เหลือไปให้พนักงานในอาคารแนะนำผู้เล่นต่อแทน

    "ไม่ทราบว่าคุณวินดี้ของการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขตัวละครอีกหรือไม่คะ"

    เธอถามย้ำอีกครั้งตามระเบียบเพื่อให้แน่ใจว่าผู้เล่นได้ทำตั้งค่าตัวละครได้ตรงตามความต้องการแล้ว เมื่อเห็นว่าฟ้าไม่ต้องการเปลี่ยนแปลงหรือแก้ไขอะไรอีกเธอจึงเริ่มพูดต่อ

    "ถ้าอย่างนั้นการสร้างตัวละครก็เป็นอันเสร็จเรียบร้อยแล้วค่ะ ขอให้สนุกกับออร์บิสนะคะ"


    เมื่อพูดจบแสงสว่างรอบด้านก็สว่างจ้าขึ้นอีกจนฟ้าไม่สามารถมองเห็นรอบๆได้ แต่เพียงอึดใจแสงสว่างก็ค่อยๆผ่อนแรงลงเธอจึงมองเห็นรอบด้านอีกครั้งและพบว่าตอนนี้ได้อยู่ในห้องๆหนึ่งลักษณะคล้ายห้องเรียนเพราะมีโต๊ะกับเก้าอี้ตั้งเรียงรายอยู่หลายตัวโดยมีโต๊ะตัวใหญ่ตั้งอยู่ด้านหนึ่งของห้องกับผู้หญิงท่าทางใจดีคนหนึ่งยืนอยู่หลังโต๊ะตัวนั้น ฟ้าคิดว่าเธอคงเป็น NPC ของอาคารแนะนำตามที่รู้มาจึงเข้าไปสอบถามเกี่ยวกับทักษะต่างๆรวมทั้งทักษะส่วนตัวที่เธอได้รับมาด้วย

    แน่นอนว่า NPC คนนี้ตอบด้วยความเต็มใจแต่พอถามถึงเรื่องทักษะอื่นๆนั้นเธอบอกว่าไม่สามารถตอบให้ได้เพราะเงื่อนไขการได้ทักษะต่างๆนั้นเป็นความลับ แต่ส่วนใหญ่แล้วทักษะที่ได้จะอิงจากทักษะพื้นฐานเป็นเกณฑ์ หมายความว่าหากเน้นเรียนรู้ทักษะในสายความชำนาญอาวุธก็จะได้ทักษะที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ซะส่วนใหญ่

    ฟ้าไม่ลืมที่จะถามเกี่ยวกับข้อมูลการเล่นอื่นๆเมื่อได้ข้อมูลที่สงสัยเรียบร้อยแล้วจึงบอกลากับ NPC เพื่อไปยังจุดนัดพบ แต่ก่อนจะทันได้ออกจากห้องก็ถูกเรียกเอาไว้

    "เดี๋ยวค่ะคุณวินดี้"

    NPC ประจำอาคารแนะนำผู้เริ่มต้นเรียก เธอหยิบเอากล่องไม้กล่องหนึ่งส่งให้กับฟ้า

    "ดิฉันเกือบจะลืมไปสนิทเลยนี่เป็นชุดไอเท็มสำหรับผู้เริ่มเล่นค่ะ ข้างในนั้นมีน้ำยาฟื้นพลังชีวิตจำนวน 20 ขวด, ม้วนคัมภีร์คืนถิ่น 1 ม้วน, มีดเล็ก 1 เล่ม, กระเป๋าสะพายจิ๋ว 1 ใบ แล้วก็ตั๋วแลกอาหาร 10 ใบ ตั๋วอาหารนั้นสามารถใช้แลกข้าวกล่องหรือรับประทานอาหารที่ภัตตาคารได้ 1 ครั้งต่อ 1 ใบค่ะ กรุณาตรวจสอบไอเท็มที่ได้รับด้วยนะคะ"

    ฟ้าขอบคุณ NPC พลางเปิดกล่องออกมาเช็คไอเท็มที่ได้รับตามคำแนะนำก่อนจะจัดแจงใส่ไอเท็มที่มีลงไปไว้ในกระเป๋า เธอกล่าวลากับ NPC อีกครั้งแล้วจึงออกจากอาคารแนะนำ

    "ทางนี้จ้ะฟ้า"

    เสียงเรียกดังขึ้นทันทีที่เด็กสาวออกมาจากตัวอาคาร ทิพย์ในชุดวันพีซสีชมพูลายดอกไม้กำลังโบกมือเรียกอย่างร่าเริงจากฝั่งตรงข้ามของถนนโดยมีอัคคีกับสาระนั่งอยู่ตรงม้านั่งใกล้ๆ

    "ขอโทษที่ให้รอนะ"

    "ไม่เป็นไรหรอก ว่าแต่ฟ้าใช้ชื่อในเกมว่าอะไรเหรอ ฉันใช้ชื่อ 'ลูมิน่า' นะ"

    "ชื่อ 'วินดี้' น่ะ แล้วคนอื่นๆล่ะ?"

    "อีตาอัคคีก็ใช้ชื่อ 'อัคคี' เหมือนเดิมนี่ล่ะ อุตส่าห์เข้ามาเล่นเกมกันทั้งทีน่าจะเปลี่ยนชื่อให้เข้ากับบรรยากาศบ้าง" ทิพย์ส่ายหน้าอย่างปลงๆ

    "ชั้นชอบชื่อนี้ซักอย่างใครจะทำไม" อัคคีตอบสวนทันควัน

    "แล้วสาระล่ะ?"

    ฟ้าถามขึ้นก่อนทั้งคู่จะเริ่มปะทะคารมกัน จนเธออดสงสัยไม่ได้ว่าทั้งๆที่สองคนนี้ก็สนิทกันดีแต่ก็ยังหาเรื่องมาโต้เถียงกันได้บ่อยๆทำให้เธอต้องเป็นคนห้ามทัพอยู่ตลอดเพราะสาระก็เอาแต่เงียบคิดอะไรคนเดียวซะเรื่อย

    "สารบัญข้อมูล.."

    "เอ๋?"

    "นั่นล่ะชื่อหมอนั่น/เขา ไม่รู้คิดไงถึงได้ตั้งมางั้น" สองสหายช่วยกันตอบแทบจะพร้อมเพรียงกัน ที่เขาว่ายิ่งทะเลาะยิ่งสนิทกันก็คงแบบนี้ล่ะมั้ง ฟ้าคิดพลางยิ้มอย่างอารมณ์ดีท่าทางว่าเกมนี้จะทำให้เธอรู้สึกชอบมากกว่าที่คิดเอาไว้ซะอีก อย่างน้อยเธอก็ได้ใช้เวลากับเพื่อนๆมากขึ้นนี่นะ
  4. swanton

    swanton Dragon on Board

    EXP:
    1,424
    ถูกใจที่ได้รับ:
    69
    คะแนน Trophy:
    113
    เข้ามาอ่านแล้ว

    เป็นฟิคชั่นแนวอ่านสบายๆ แฟนตาซีสดใส ซึ่งผมไม่เคยอ่านฟิคเกมออนไลน์เต็มๆ ผมจึงไม่มีข้อเปรียบเทียบครับ

    ช่วงที่ฟ้าอ่านข้อมูลเ้กี่ยวกับ Linked Orbis น่าจะเขียนให้คนอ่านครั้งแรกรู้สึกดึงดูดกับเกมมากกว่านี้ คือผมอ่านแล้วมันเหมือนว่า Linked Orbis เป็นเกมออนไลน์ทั่วไป ยังไม่มีอะไรพิเศษ ถ้ายิ่งกับฟ้าที่ไม่ค่อยเล่นเกมแล้วก็อาจจะไม่ค่อยสนใจเลย (จริงๆถ้าไม่อ่านมาถึงตอน 2 ก็ยากจะรู้ว่าที่ฟ้ายอมเล่นก็เพราะเพื่อนชวน)

    สาระ ดูเป็นคนที่หลุดออกมาจากคนอื่น ฮา

    ไว้รอชมตอนต่อไป
  5. Aki

    Aki Paradox Observer

    EXP:
    485
    ถูกใจที่ได้รับ:
    41
    คะแนน Trophy:
    48
    ตามอ่านตั้งแต่ที่ซาลคุงส่งลิงค์ในเว็บเด็กดีให้ผมแล้ว... เพราะฉะนั้น ก็มาขอตามอ่านต่อๆไปแล้วกันนะครับ อิอิ
  6. Ryuune

    Ryuune Well-Known Member

    EXP:
    1,084
    ถูกใจที่ได้รับ:
    0
    คะแนน Trophy:
    86
    พูดถึงเกมออนไลน์แบบสวมหัวเล่นเวลาหลับ นึกถึง Executional ขึ้นมาซะงั้น

    แต่ก็เริ่มต้นได้ดีนะคะ ถึงจะเรียบ ๆ ไปบ้าง แต่แอบตกใจชื่อสุดท้าย เวลาเรียกทีนี่คง.... :555:

    มารออ่านต่อจ้า
  7. taleoftrue

    taleoftrue Well-Known Member

    EXP:
    900
    ถูกใจที่ได้รับ:
    52
    คะแนน Trophy:
    113
    Linked Orbis - ตอนที่ 3


    "ผักๆๆๆๆ นี่ชั้นเอียนผักเต็มทีแล้วนะ!"

    อัคคีบ่นโวยวายพลางทิ้งตัวลงนอนกับพื้นหญ้าโดยไม่สนใจรอบข้าง ปล่อยให้มอนสเตอร์รูปร่างเหมือนกะหล่ำปลีวิ่งเพ่นพ่านไปมารอบๆ ในขณะที่เพื่อนๆช่วยกันไล่เอามีดสับพวกกะหล่ำปลีที่อยู่ในสวน

    "อดทนหน่อยน่า สู้กับเจ้าพวกนี้ก็ดีออกไม่ต้องเปลืองยาแถมยังมีของกินให้อีกที่สำคัญยังรับเงินจากภารกิจได้อีกนะ"

    ทิพย์พูดขัดเพราะเธอเห็นว่าพวกกะหล่ำปลีเดินได้พวกนี้ทั้งพลังโจมตีพลังป้องกันก็ต่ำ ไอเท็มที่ได้จากพวกมันก็เป็นประเภทผักผลไม้หลายๆแบบทำให้พวกเธอทั้ง 4 คนไม่ต้องลำบากเรื่องอาหารการกิน แม้ว่าเงินที่ได้จากภารกิจนั้นจะน้อยมากก็ตามทีทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่ต่างก็รู้กันว่าไปสู้กับมอนสเตอร์ประเภทอื่นนั้นหารายได้คุ้มกว่ารับภารกิจที่นี่เป็นไหนๆ ภายในสวนผักนี่จึงมีแต่พวกเขาที่สู้กับพวกกะหล่ำปลีอยู่


    หากย้อนกลับไปดูว่าสี่สหายมาอยู่ที่นี่กันได้ยังไงนั้นก็ต้องย้อนกลับไปตอนที่พวกเขาออกไปทุ่งหญ้าหน้าเมืองเป็นครั้งแรก แล้วตอนนั้นเองนี่ล่ะที่ลูมิน่าเผลอไปหลงเสน่ห์พวกกระต่ายขาวที่เป็นมอสเตอร์ประจำแถบนั้นเข้า เธอเลยคัดค้านสุดฤทธิ์ที่จะปักหลักเก็บเลเวลกันแถวนั้นแต่ครั้นจะออกห่างจากตรงนั้นไปพวกมอนสเตอร์ก็จะแข็งแกร่งขึ้นจนรับมือยากกว่าเดิม

    หลังจากรวมหัวปรึกษากันอยู่พักหนึ่งสาระก็นึกขึ้นได้ว่าตอนสมัยที่เล่นช่วงทดสอบในเมืองเริ่มต้นมีเควสต์ให้ช่วยเก็บเกี่ยวผักอยู่พอบอกว่าพวกผักที่ต้องเก็บเกี่ยวนั้นเป็นมอสเตอร์ทุกคนก็เลยตกลงใจจะมาเก็บเลเวลที่นี่กันแทน ซึ่งคนที่ได้ประโยชน์มากที่สุดกับภารกิจนี้คงไม่พ้นลูมิน่าเพราะพวกผักที่หล่นจากมอนสเตอร์ในสวนนี้เป็นอาหารสำหรับกระต่ายขาวที่เธอลงทุนจับก่อนจะมาที่นี่พอดี

    "กินเยอะๆน้าเจ้าปุกปุย~"

    ลูมิน่าค่อยๆป้อนหัวแครอทให้กระต่ายขาวอย่างสบายอารมณ์ ยิ่งท่าทางตอนมันเคี้ยวอาหารนั้นยิ่งเรียกความเอ็นดูกับเด็กสาวได้เป็นอย่างยิ่งจนเรียกได้ว่าพอลูมิน่าได้แครอทจากการจัดการมอนสเตอร์เมื่อไหร่เธอก็จะลงมือป้อนหัวแครอทให้เจ้าปุกปุยทุกทีไป

    แต่ในเมื่อมีข้อดีก็มีข้อเสียเช่นกันเพราะถึงแม้ในสวนนี้จะมีแค่พวกเขาและพวกมอนสเตอร์กะหล่ำปลีจะเกิดไวมากขนาดที่ว่าเมื่อตัวหนึ่งถูกกำจัดไปก็จะมีตัวใหม่เกิดขึ้นแทนภายในเวลา 10 วินาทีอีกทั้งนอกจากทุกตัวจะให้ไอเท็มสำหรับส่งภารกิจแล้วก็ยังมีโอกาสได้ไอเท็มประเภทผักผลไม้มากเป็นพิเศษ ทว่าพวกมันกลับให้ค่าประสบการณ์น้อยมากระดับที่ว่าพวกเขาทั้ง 4 คนช่วยกันกำจัดไปหลายร้อยแต่ก็เลื่อนระดับขึ้นเป็นแค่ระดับ 3 เท่านั้นเอง

    พอเห็นลูมิน่ามัวแต่สนใจดูแลสัตว์เลี้ยงของตัวเองอัคคีก็รู้สึกไม่สบอารมณ์นัก เพราะอีกฝ่ายได้ประโยชน์ไปเต็มๆส่วนเขาก็ต้องมาทนเบื่อกับการจำกัดหัวกะหล่ำพวกนี้เรียกได้ว่าจากจำนวนเกือบครึ่งจากที่พวกเขากำจัดไปนั้นเป็นฝีมือของอัคคี เนื่องจากเขาเป็นคนเดียวที่คิดจะเล่นไปทางสายนักรบจึงเรียนรู้ทักษะชำนาญดาบแล้วอาศัยเงินรายได้จากภารกิจซื้อดาบไม้มาใช้ทำให้เขามีพลังโจมตีมากที่สุดในกลุ่ม

    ส่วนคนอื่นๆในกลุ่มนั้นวินดี้คิดจะเล่นเป็นนักเวทจึงเรียนรู้ทักษะฟื้นฟูพลังเวทไปแต่เพราะยังไม่แน่ใจว่าจะเรียนรู้ทักษะอื่นๆแบบไหนดีเธอจึงปล่อยแต้มทักษะที่ได้มาจากการเลื่อนระดับเอาไว้ก่อน ถึงอย่างนั้นก็ตามวินดี้ที่ไม่มีทักษะสนับสนุนในการต่อสู้นั้นก็เป็นคนจัดการพวกกะหล่ำปลีได้มากเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม ในขณะที่ลูมิน่าซึ่งเรียนทักษะรักษาเบื้องต้นมาเลยมีหน้าที่คอยใช้ไอเท็มฟื้นฟูพลังชีวิตให้กับเพื่อนๆไปด้วยจึงไม่ได้สู้มากนัก

    แต่คนที่กำจัดมอนสเตอร์น้อยที่สุดกลับเป็นสาระเพราะเขาได้ไอเท็มรางวัลจากตอนเล่นช่วงทดสอบระบบมาเป็นกระเป๋าที่มีช่องเก็บของถึง 500 ช่องมากกว่ากระเป๋าสะพายจิ๋วที่เก็บไอเท็มได้แค่ 50 ช่องแถมยังเรียนรู้ทักษะกระเป๋าคนจรที่ช่วยเพิ่มจำนวนช่องที่กระเป๋าสามารถบรรจุไอเท็มได้ด้วย เพื่อนๆจึงลงมติให้สาระรับหน้าที่คอยเก็บไอเท็มซึ่งได้จากการกำจัดมอนสเตอร์แล้วคอยเอาไปส่งภารกิจให้

    หลังจากคิดรำคาญอยู่ได้ไม่นานอัคคีก็เลิกสนใจก่อนจะให้ไประบายอารมณ์ด้วยการกำจัดพวกหัวกะหล่ำแทนด้วยความไวที่มากกว่าเดิมจนพวกมันกลัววิ่งหนีทันทีที่เด็กหนุ่มเข้าไปใกล้ ท่าทางของพวกมันบางทีก็ดูตลกเสียจนคนอื่นๆคอยแอบหัวเราะเวลาอัคคีพยายามวิ่งไล่สับกะหล่ำปลีที่วิ่งหนีสุดฝีเท้า


    การเก็บเกี่ยวผักสวนครัวของสี่สหายยังคงดำเนินไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ตกดินซึ่งจำนวนกะหล่ำปลีที่โดนจัดการไปก็เกินพันไปแล้วทำให้ระดับของทั้งสี่ 4 คนเลื่อนขึ้นมาเป็นระดับ 5 แต่ก็ทำให้พวกเขารู้สึกทั้งเหนื่อยทั้งหิวหลังจากออกแรงกันมาเต็มๆวันก่อนที่พวกเขาจะลงมติไปนั่งทานอาหารที่ภัตตาคารกันแทนที่จะกินแต่พวกผลไม้เหมือนอย่างมื้อเที่ยง

    "ขอบคุณนะคะ นี่ค่ะเงินรางวัล"

    NPC เจ้าของสวนผักรับหัวกะหล่ำปลีมาพร้อมกับส่งเงินรางวัลให้ซึ่งเงินรางวัลของภารกิจนี้ก็อยู่ที่ 1 แคชต่อกะหล่ำปลีที่นำมาส่ง 1 หัว พวกวินดี้ที่กำจัดไปได้ประมาณพันตัวจึงได้มาเงินมาจำนวนพอๆกัน แต่เมื่อตัดค่าใช้จ่ายของไอเท็มแล้วแบ่งส่วนให้แต่ละคนก็จะได้เงินกันเพียงแค่คนละประมาณ 200 แคชเท่านั้นเอง เรียกได้ว่าเป็นเงินจำนวนน้อยมากหากเทียบกับการไปล่าพวกมอนสเตอร์ สี่สหายจึงเริ่มเข้าใจว่าทำไมพวกผู้เล่นอื่นถึงไม่สนใจภารกิจนี้กันเพราะค่าประสบการณ์กับรายได้น้อยมากนี่เองแต่ระหว่างที่กำลังครุ่นคิดถึงเรื่องนี้กันอยู่นั้นเองวินดี้ก็สังเกตเห็นว่า NPC มีท่าทีแปลกๆเหมือนต้องการจะบอกอะไรพวกเธอซักอย่าง

    "มีอะไรหรือเปล่าคะคุณฟลอร่า"

    "ดิฉันอยากจะขอให้พวกคุณช่วยเหลือเรื่องบางอย่างหน่อยน่ะค่ะ หากไม่เป็นการรบกวนพวกคุณนัก"

    ฟลอร่าตอบพลางจ้องมองไปทางสวนผักที่มีพวกกะหล่ำปลีวิ่งเพ่นพ่านกันอยู่พลางเล่าเรื่องให้สี่สหายฟัง

    "เมื่อก่อนนี้สวนของดิฉันก็เป็นสวนผักธรรมดานี่ล่ะค่ะ แต่อยู่มาคืนหนึ่งตอนดิฉันกำลังหลับอยู่ก็ได้ยินเสียงบ่นอะไรซักอย่างดังออกมาจากในสวนพอลองแอบดูก็เห็นแม่มดยืนทำอะไรบางอย่างอยู่กลางสวน ตอนนั้นดิฉันกลัวมากจึงไม่ได้สังเกตดูให้ดีๆว่าเธอทำอะไรแต่พอเช้าวันต่อมาพวกผักในสวนของดิฉันก็กลายเป็นแบบนี้ไปหมดแล้ว..."

    ฟลอร่าถอนหายใจออกมาเมื่อเล่าจบ

    "เพราะเช่นนั้น ดิฉันจึงอยากขอร้องให้พวกคุณเกลี้ยกล่อมให้แม่มดคนนั้นทำให้สวนของดิฉันกลับไปเป็นเหมือนเดิมน่ะค่ะ เธอชื่อว่าฮิลด้าอาศัยอยู่ที่กระท่อมในป่าบนภูเขาข้างหน้านี่เอง" พูดจบฟลอร่าก็ชี้ไปทางเนินขึ้นเขาที่อยู่ห่างจากสวนผักของเธอไม่ไกลนัก

    "ภารกิจนี้ต้องรีบทำหรือเปล่าครับ? ถ้าพวกเราจะไปพักกันก่อนแล้วค่อยมาทำทีหลังจะได้หรือเปล่า?"

    สาระถามขึ้นมาหลังจากเงียบฟังอยู่นาน ฟลอร่ายิ้มรับพลางพยักหน้าเบาๆในใจคิดชมความรอบคอบของผู้เล่น จริงๆแล้วภารกิจนี้เคยมีผู้เล่นอื่นที่เคยได้รับอยู่เหมือนกันแต่ส่วนใหญ่พอได้รับก็จะรีบเร่งไปทำกันเสียก่อนและเนื่องจากว่าเงื่อนไขของภารกิจนี้คือช่วยงานเก็บเกี่ยวจนถึงตอนเย็นโดยจัดการกับมอนสเตอร์กะหล่ำปลีให้ได้ 1,000 ตัวขึ้นไป พอรีบเข้าไปทำภารกิจก็จะเป็นเวลามืดที่พวกมอนสเตอร์ในเขาดุร้ายขึ้นจึงไม่พ้นโดนจัดการส่งกลับบ้านเก่าจนเสียสิทธิ์ในการทำภารกิจไป

    "ไม่มีกำหนดเวลาค่ะพวกคุณสามารถทำเมื่อไหร่ก็ได้ แต่ในระหว่างที่รับภารกิจนี้อยู่ถ้าหากผู้เล่นเสียชีวิตจะเสียสิทธิ์ในการทำภารกิจทันทีและไม่สามารถรับภารกิจนี้ได้อีก ดังนั้นดิฉันขอแนะนำให้ไปเมื่อพร้อมดีกว่านะคะ ไม่ทราบว่าพวกคุณต้องการจะช่วยเหลือคำขอร้องนี้ไหมคะ?"

    "ครับ/ค่ะ"

    สี่สหายตอบรับทันควัน พวกเขาคิดไม่ถึงเลยว่าสวนผักประหลาดนี่จะมีภารกิจลับซ่อนอยู่ตอนนี้จึงรู้สึกตื่นเต้นมากทีเดียว หลังจากนั้นพวกเขาได้บอกลาฟลอร่าก่อนจะมุ่งหน้าไปทานอาหารที่ภัตตาคารกันระหว่างทางพวกเขาผ่านลานว่างที่ตอนนี้เริ่มไร้ผู้คนแล้วเนื่องจากเป็นเวลามืด ร้านค้าที่ผู้เล่นนำของมาวางขายกันก็เหลืออยู่ไม่กี่ร้านแต่ก่อนที่พวกเขาจะผ่านลานว่างไปก็มีเสียงเรียกดังขึ้น

    "นั่นพวกน้องๆเป็นผู้เล่นใหม่ใช่มั้ย สนใจซื้อของถูกๆหรือเปล่า"

    ผู้เล่นที่ตั้งร้านอยู่ใกล้ๆกวักมือเรียกทั้ง 4 เขาเป็นชายตัวใหญ่หากประมาณดูคงสูงเกือบ 2 เมตร แถมมีผมเผ้ารุงรังหนวดเคราดกเฟิ้มจนชวนให้คิดว่าถ้าเจอเขาในป่าอาจจะเผลอสับสนคิดว่าเป็นหมีได้ แต่กระนั้นในแววตาก็ดูอ่อนโยนผิดกับรูปร่างทำให้ไม่ดูน่ากลัวมากเท่าไหร่นัก

    "พอดีพี่ชายคนนี้คิดจะออกเดินทางไปเมืองอื่นแล้ว แต่ของพวกนี้ถ้าไม่ขายให้คนเริ่มเล่นใหม่มันก็ไม่ค่อยจะมีประโยชน์อะไร ถ้าพวกน้องสนใจพี่ชายจะขายให้ราคาถูกๆก็แล้วกัน"

    เมื่อได้ยินสี่สหายก็ลองมองสำรวจบรรดาสินค้าที่อยู่ในร้านซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นอาวุธระดับต่ำๆที่น่าจะมีแต่ผู้เล่นใหม่ใช้อย่างที่เจ้าตัวว่านอกจากนั้นก็มีก้อนแร่กับอัญมณีอยู่ไม่กี่ชิ้น ดูท่าผู้เล่นคนนี้คงกะหากำไรกับช่วงที่ยังมีคนเริ่มเล่นใหม่อยู่เยอะเพราะพวกอาวุธระดับต่ำนั่นจะเอาไปขายกับ NPC ก็ไม่ใช่ว่าจะได้ราคาดีอะไร

    ส่วนวินดี้พอสังเกตเห็นว่ามีธนูขายอยู่ด้วยก็แสดงท่าทีสนใจเพราะจริงๆแล้วตัวเธอไม่ค่อยถนัดใช้มีดสู้เท่าไหร่ ยังดีที่พวกหัวกะหล่ำไม่ได้เก่งอาจอะไรเลยสู้ได้แต่พรุ่งนี้จะต้องไปทำภารกิจแล้วถ้าใช้อาวุธที่เคยฝึกมาบ้างน่าจะดีกว่า ทางผู้เล่นตัวใหญ่เห็นวินดี้ให้ความสนใจเขาก็รีบชิงพูดขึ้นมาทันที

    "น้องสาวคนนั้นท่าจะสนใจธนูสินะ จริงๆตัวมันคุณสมบัติก็ถือว่าต่ำขายให้ถูกๆก็ยังได้แต่พอดีพี่ชายคนนี้มีซองธนูอยู่พอดีจะรวมขายให้ถูกๆทั้งคู่แค่ 100 แคชก็พอสนใจมั้ยล่ะ ถ้าไปซื้อจากร้านของระบบแค่ซองธนูก็ราคา 200 แคชไปแล้วนา"

    หลังจากตะล่อมขายจนเสียน้ำลายไปหลายและฝ่ายบัญชีประจำกลุ่มเห็นว่าราคาก็ถูกจริงอย่างที่ว่ามาพวกเขาจึงตกลงที่จะซื้อธนูกับซองธนูในราคาที่ตกลงไว้แล้วก็ดาบเหล็กในราคา 100 แคชอีกเล่มหนึ่งนอกจากนั้นแล้วก็ยังได้ลูกธนูเหล็กแถมมาอีกร้อยกว่าลูก พอซื้อเสร็จเรียบร้อยพ่อค้าหน้าหมีก็ขอตัวไปทันทีเพราะติดนัดที่อื่นเอาไว้


    "ก่อนจะไปลุยภารกิจพรุ่งนี้ชั้นว่าพวกเรามาแบ่งหน้าที่ในทีมกันก่อนดีกว่ามั้ง"

    อัคคีเสนอขึ้นระหว่างที่ทุกคนกำลังนั่งกินข้าวในภัตตาคารอยู่

    "ก่อนอื่นแต่ละคนเรียนทักษะอะไรไปแล้วบ้าง?"

    "ของฉันที่เรียนเพิ่มมาก็มี มนต์รักษา, ฟื้นฟูพลังเวท, พันธะแห่งแสง แล้วก็ทักษะสื่อสารน่ะ" ลูมิน่าตอบ

    "สื่อสาร!? เรียนมาทำอะไรฟะยัยทิพย์"

    "ฉันจะได้คุยกับเจ้าปุกปุยสะดวกๆไง ไม่ได้เป็นคนใจดำชอบรังแกสัตว์อย่างนายซักหน่อย"

    เธอตอบพลางหยิบกระต่ายขาวขนปุยขึ้นมากอดพลางทำหน้าเป็นยั่วโมโหอีกฝ่ายเล่น แต่ที่ว่าไว้สำหรับคุยกับเจ้าปุกปุยก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่นเพราะเธอเช็คแล้วว่าทักษะสื่อสารนั้นเป็นทักษะที่ช่วยให้สามารถสื่อสารกับสัตว์เลี้ยงได้ดีขึ้น ยิ่งถ้าในระดับสูงๆจะทำให้สามารถฟังสัตว์เลี้ยงของตนพูดได้ด้วย

    "ผมมีทักษะตั้งแคมป์, ปรุงอาหาร, ตรวจสอบ กับทักษะต่อรองราคา"

    สาระตอบก่อนที่จะมีคนเริ่มวางมวยกัน

    "ถ้าพวกไอเท็มจากระบบผมก็พอจะช่วยซื้อลดราคาให้ได้อยู่"

    "นอกจากฟื้นฟูพลังเวทแล้วของฉันยังไม่ได้เรียนทักษะอะไรเลยน่ะ ทุกคนพอจะช่วยแนะนำหน่อยได้ไหม?"

    วินดี้ถามขึ้นมาบ้างเพราะเธอตัดสินใจไม่ถูกจริงๆว่าจะเรียนทักษะอย่างไรถึงจะดี

    "ก่อนอื่นก็ต้องเรียนทักษะกระสุนเวทก่อน ทักษะนี้เป็นทักษะแรกเริ่มของเวทสายโจมตีทั้งหมด แล้วก็ในบรรดาทักษะพันธะธาตุที่มีฟ้าก็ลองเลือกเรียนธาตุที่ชอบดูก็แล้วกันเพราะมันจะต่อยอดเป็นทักษะเวทในสายของธาตุนั้นๆได้น่ะจ้ะ"

    ลูมิน่าแนะนำให้ฟังเพราะถึงแม้เธอจะเลือกเล่นสายเวทสนับสนุนเหมือนนักบวช แต่เธอเองก็ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับทักษะสายเวทมาจากในเว็บข้อมูลอยู่เหมือนกัน

    "ถ้าอย่างนั้นก็อย่างนี้ก็แล้วกันนะ"

    วินดี้บอกพร้อมกับเลือกเรียนทักษะกระสุนเวท, พันธะวายุ, เวทลมหนุน ซึ่งเป็นทักษะสายเวทมนต์ ส่วนอีกแต้มที่เหลือนั้นวินดี้เลือกเรียนทักษะชำนาญธนูเพราะจะได้เอาไว้เผื่อใช้กับอาวุธสำรองในเวลาที่พลังงานเวทหมด

    "ถ้าดูจากทักษะที่มีแล้วชั้นก็ต้องเป็นแนวหน้าปะทะกับศัตรูนั่นล่ะนะ"

    อัคคีบอกเมื่อดูแล้วว่านอกจากเขาคนอื่นในกลุ่มก็ไม่มีทักษะในการต่อสู้ประชิดตัวเลย

    "ฟ้าอยู่แนวหลังคอยช่วยโจมตีสนับสนุน ทิพย์ก็ทำหน้าที่คอยฟื้นพลังชีวิตคนในกลุ่ม ส่วนสาระก็คอยเก็บไอเท็มแล้วก็แจกจ่ายไอเท็มใช้งานที่ได้จากมอนสเตอร์ให้คนอื่นๆก็แล้วกัน"

    "ต่อไปก็เงินทุนกับของที่ต้องใช้"

    สาระเริ่มประเด็นขึ้นมาบ้างก่อนจะเริ่มแจกแจงรายรับกับเงินที่ต้องนำไปใช้สำหรับไอเท็มจำเป็นในภารกิจ

    "จากที่ซื้อของไปเมื่อกี้เราก็เหลือเงินอยู่ 800 แคชพอดี โชคดีที่เราได้รับแจกม้วนคัมภีร์คืนถิ่นมาคนละอันเลยยังไม่ต้องเสียเงินซื้อ แต่พวกโพชั่นราคาก็ไม่ใช่น้อยๆ ยาฟื้นพลังชีวิตราคาขวดละ 50 แคช ส่วนยาฟื้นพลังงานเวทราคาขวดละ 100 แคช เพราะฟ้ากับทิพย์ต้องการพลังงานเวทไว้ใช้ทักษะด้วยเพราะงั้นเงินครึ่งนึงเราจะเอามาซื้อยาฟื้นพลังงานเวทให้ทั้งคู่ ส่วนที่เหลือก็จะเอามาใช้ซื้อยาฟื้นพลังชีวิต

    ถ้ารวมกับน้ำยาที่เรามีเหลืออยู่เราก็จะมียาฟื้นพลังชีวิต 40 ขวดกับยาฟื้นพลังงานเวท 4 ขวด ส่วนอาหารถ้าล่าเนื้อจากพวกมอนสเตอร์มาผมก็พอจะเอามาทำเป็นอาหารให้ได้แต่ถ้าไม่มีก็ต้องทนกินผลไม้กันเหมือนเมื่อตอนกลางวันไปก่อนล่ะนะครับ"

    พอสาระพูดจบทั้งวินดี้ ลูมิน่า อัคคี ต่างก็พร้อมใจกันถอนหายใจโดยไม่ได้นัดหมาย พลางนึกเวทนากับการเงินของกลุ่มเพราะขนาดรวมเงินกันทั้งหมดแล้วยังซื้อไอเท็มได้แค่นิดเดียวเท่านั้นเองนี่ถ้าพวกเขาทำภารกิจวันพรุ่งนี้ไม่สำเร็จก็ชักจะไม่อยากนึกแล้วสิว่าวันข้างหน้าจะอนาถาขนาดไหน เฮ้อ...

    ______________________________________


    มุมพูดคุย

    อีวาน - ตอนช่วงที่แต่งกำลังคิดถึงเกมออนไลน์ที่มันเป็นแค่เกมออนไลน์จริงๆ ก็เลยพาลออกมาเป็นแบบนี้ไป ปัจจุบันแต่งไปแล้ว 20 กว่าตอนผมก็ยังนึกไม่ออกเลยว่ามันมีระบบอะไรแตกต่างจากเกมอื่นบ้าง นอกจากการที่ผู้เล่นต้องไปบุกเบิกสร้างเมืองเองในทวีปหลัก

    อากิ - ในเด็กดีเพิ่งจะลงตอนใหม่ไปเมื่อวานนะเออ >_<

    ริว - ชื่อโดดขึ้นมาแปลกๆอยู่คนเดียวเลยนี่นะ เป็นตัวละครที่คิดชื่อขึ้นมาชั่ววูบมากแต่ละคน อย่างอัคคีนี่เพราะอยากให้เป็นตัวละครที่ใช้ชื่อเดิมของตัวเอง + นิสัยใจร้อนหน่อยๆเลยออกมาเป็นอัคคีซะเลย ทางลูมิน่าก็เพราะเป็นตัวละครที่จะให้เล่นสายนักบวช+เวทแสง ส่วนวินดี้ก็ด้วยเหตุผลคล้ายๆกับลูมิน่า สุดท้ายชื่อสารบัญข้อมูลก็เพราะเป็นผู้เล่นสายข้อมูลเต็มๆเลยนี่ล่ะ จริงๆแล้วตัวละครแต่ละตัวมีชื่อจริงๆคล้ายคลึงกับบุคลิกการเล่นของตัวละครด้วยนะกันด้วยนะ

    อัคคี (เปลวไฟ), ทิพย์เกสร (เกสรสวรรค์), สารัตถะ (ใจความสำคัญ), นภามาศ (ท้องฟ้าสีทอง)

    แต่ตอนนี้ยังคิดนามสกุลไว้คนเดียวเองคือฟ้า (นภามาศ ประจิมคราม) คนอื่นๆเพราะไม่น่าจะมีโอกาสพูดถึงชื่อนามสกุลตัวละครเท่าไหร่เลยไม่แน่ใจว่าจะได้คิดออกมาด้วยมั้ยล่ะนะ
  8. M2X

    M2X Active Member

    EXP:
    953
    ถูกใจที่ได้รับ:
    1
    คะแนน Trophy:
    38
    น่าสนใจดีครับ อ่านแล้วรู้สึกเรื่อยๆไม่เก้อไม่เขิน แอบนึกถึงดอทแฮคเลย *-*b
  9. taleoftrue

    taleoftrue Well-Known Member

    EXP:
    900
    ถูกใจที่ได้รับ:
    52
    คะแนน Trophy:
    113
    ไม่ได้อัพนานแล้วมาอัพมั่ง >_<


    Linked Orbis - ตอนที่ 4


    "อรุณสวัสดิ์ค่ะ นอนหลับสบายกันดีไหมคะ?" เสียงหวานๆถามอย่างแผ่วเบาท่ามกลางความเงียบสงบยามเช้า แสงอาทิตย์อ่อนๆส่องผ่านบานหน้าต่างปลุกให้คนภายในบ้านเริ่มตื่นจากภวังค์ สี่สหายต่างบิดตัวเบาๆไล่ความง่วงไป

    "ขอบคุณคุณฟลอร่ามากเลยนะครับที่อุตส่าห์ให้พวกเราพักด้วย" อัคคีตอบเธอด้วยท่าทีสุภาพผิดกับตอนที่พูดกับลูมิน่าลิบลับ จนลูมิน่ารู้สึกหมั่นไส้ขึ้นมาตะหงิดๆเธอเลยชิงลุกไปล้างหน้าล้างตาให้รู้สึกสดชื่นซะก่อน

    "พวกคุณอุตส่าห์รับปากจะช่วย แค่ช่วยเหลือกันนิดหน่อยไม่ต้องคิดมากหรอกค่ะ" NPC สาวตอบรับขณะหยิบผ้ากันเปื้อนขึ้นมาสวมเตรียมทำอาหารให้ทุกคนทานกัน "เดี๋ยวกินข้าวเช้าด้วยกันก่อนนะคะ"

    ที่สี่สหายมาอยู่ที่นี่ได้คงต้องย้อนไปหลังจากพวกเขาประชุมวางแผนกันเสร็จเรียบร้อยแล้ว พวกเขาพบว่ามัวแต่สนใจเรื่องหาซื้อไอเท็มสำหรับทำภารกิจจนลืมสำรองเงินเป็นค่าพักในโรงแรม แต่โชคดีที่ลองแบกหน้ามาขอร้องฟลอร่าดูจึงได้ที่ซุกหัวนอนกันแบบหวุดหวิดนับว่าเป็นโชคในเคราะห์แท้ๆเพราะพอมานอนพักที่ร้านของฟลอร่าพวกเขาก็ได้คุยกับเธอหลายเรื่อง อย่างเช่นเรื่องระบบการทำงานของ NPC ที่ใช้คนจริงอย่างพวกเธอ

    กรณีของ NPC ที่เกี่ยวข้องกับการค้าขายอย่างฟลอร่านั้นนอกจากเงินเดือนที่ได้ประจำแล้ว รายได้จากการค้าขายในร้านจะสามารถแลกเปลี่ยนเป็นเงินจริงได้ในอัตราเดียวกันกับผู้เล่นหรือในอัตรา 100 แคชต่อ 1 บาทหากเทียบกับค่าเงินของประเทศไทย แน่นอนว่าถ้ามีผู้เล่นสามารถทำภารกิจลับของเธอสำเร็จก็จะทำให้เธอได้รับเงินโบนัสด้วยแต่ว่าเธอไม่สามารถช่วยเหลือเกินขอบเขตของหน้าที่ NPC นั้นๆได้เพราะหากทำผิดกฏขึ้นมาแล้วเธอจะมีสิทธิ์ถูกไล่ออกได้ทันที เช่นการบอกถึงรายละเอียดของภารกิจและวิธีการผ่านภารกิจนั้นๆเกินกว่าความจำเป็นแต่ถ้าเป็นการช่วยเหลือเรื่องที่พักหรืออาหารก็ยังอยู่ในขอบเขตที่เธอสามารถช่วยเหลือได้

    ไม่นานนักกลิ่นหอมๆก็โชยไปทั่วร้าน ฟลอร่ารีบตักผักต้มใส่ชามเสิร์พให้กับทุกๆคนและเริ่มมื้อเช้าของวันไปอย่างเงียบๆโดยมีเสียงพูดคุยกันอย่างสนุกสนานเป็นระยะ หลังจากจัดการกับมื้อเช้าเรียบร้อยแล้วสี่สหายก็ขอตัวออกเดินทางกันต่อทันทีเพราะพวกเขาไม่แน่ใจว่าจะเดินทางไปถึงบ้านของแม่มดและกลับมาที่เมืองก่อนจะมืดได้มั้ย

    "ทุกคนอย่าลืมหน้าที่ตัวเองตามที่ตกลงกันไว้ล่ะ ถ้าพร้อมแล้วก็ออกเดินทางกันได้!" อัคคีพูดย้ำกับทุกคนอีกครั้งพลางประกาศออกเดินทางด้วยความฮึกเหิม

    "นี่ๆ อีตาอัคคีดูคึกคักผิดปกตินะ" ลูมิน่าแอบกระซิบกับวินดี้

    "คงอยากโชว์ฟอร์มให้คุณฟลอร่าเห็นมั้งครับ" สาระที่เดินอยู่ท้ายกลุ่มพูดเสริม


    หลังจากผ่านเนินเขามาการเดินทางก็ไม่ได้ยากเย็นอะไรนักเพราะพวกมอนสเตอร์แถบชายป่ามีระดับอยู่ในช่วง 5 ถึง 10 แถมส่วนใหญ่แล้วก็ไม่ใช่พวกเข้าโจมตีก่อน ทุกคนจึงอาศัยต่อสู้ไปพลางเดินทางไปพลางโดยไม่ได้รีบร้อนนัก จนกระทั่งเริ่มรู้สึกว่าเข้ามาลึกพวกมอนสเตอร์ก็เริ่มเก่งขึ้นโดยเฉพาะบริเวณที่พวกเขาอยู่ปัจจุบันมีระดับต่ำสุดก็ระดับ 10 ซึ่งสูงกว่าพวกเขาทั้ง 4 คนเข้าไปแล้ว จึงทำให้ต้องหยุดพักหลังการต่อสู้บ่อยๆความเร็วในการรุดหน้าก็ค่อยๆช้าลงไปเรื่อยๆ

    "เที่ยงแล้วหยุดพักทานอาหารกันก่อนมั้ย?" วินดี้ถามขึ้นเมื่อสังเกตว่าตำแหน่งของพวกอาทิตย์อยู่ตรงหัวพวกเขาพอดี

    "ก็ดี ใครมีน้ำยาฟื้นพลังเหลือบ้างของชั้นใกล้จะหมดแล้ว" สภาพของอัคคีดูท่าจะเหนื่อยกว่าเพื่อนเพราะเขาเป็นคนที่ต้องปะทะกับพวกมอนสเตอร์อยู่ตลอด

    "เอาไปครึ่งนึงก็แล้วกัน ผมไม่ค่อยได้ใช้อยู่แล้ว" สาระหยิบเอาขวดน้ำยา 5 ขวดส่งให้อัคคี

    "ขอบใจ"

    "นี่ถ้าคุณฟลอร่าบอกตำแหน่งบ้านของแม่มดได้ก็ดีน่ะสิ" สภาพของลูมิน่าก็ดูจะเหนื่อยไม่แพ้กัน เพราะเธอต้องคอยฟื้นพลังให้พรรคพวกในกลุ่มตลอดเวลาจนต้องให้สาระคอยดูแลเจ้าปุกปุยแทน

    "จนถึงป่านนี้แล้วก็ต้องลุยกันต่อล่ะน่า ยังดีที่ได้ค่าประสบการณ์มาคุ้มเหนื่อย" อัคคีนอนแผ่สองสลึงอย่างหมดท่า แต่พอเขามองขึ้นไปด้านบนก็ต้องตกใจกับสิ่งนี่ที่เห็น

    "นี่.. ยังแรงเหลือพอจะวิ่งกันอีกซักตั้งมั้ย?" อัคคีถามด้วยเสียงเหนื่อยอ่อน

    "เหนื่อยกันขนาดนี้ ยังจะลากกันไปต่ออีกคิดจะให้ฉันเหนื่อยตายหรือไงนายอัคคี" ลูมิน่าบ่นกลับ นี่เธอเมื่อยขาจะแย่อยู่แล้วขืนให้วิ่งต่ออีกสงสัยได้ขาบวมแน่

    น่าแปลกที่คราวนี้อัคคีไม่ต่อล้อต่อเถียงกับลูมิน่าตามเคย ชายหนุ่มชี้ขึ้นไปบนฟ้าให้สายตาอีกสามคู่มองไปตามทิศทางนั้น...


    'ลิงหัวขโมย ระดับ 10 ปรากฏตัว หากถูกมอนสเตอร์ชนิดนี้สังหารจะสูญเสียไอเท็มในตัว 1 ชนิดแบบสุ่ม' เสียงประกาศดังขึ้นพร้อมกับเสียงร้องระงมของพวกฝูงลิงซึ่งนับดูแล้วจำนวนประมาณสิบกว่าตัวได้

    สิ้นคำประกาศของระบบแปดเท้าก็รีบโกยแบบลืมเหนื่อยทันที แต่พวกลิงหัวขโมยไล่ตามพวกเขาไปด้วยการกระโดดไปตามกิ่งไม้กิ่งแล้วกิ่งเล่าด้วยความเร็วที่ไม่แพ้กัน แต่หากพูดจริงๆแล้วพวกมันยังใช้ความเร็วไม่เต็มที่เลยด้วยซ้ำ หากคิดจะหนีให้พ้นสำหรับพวกเขาตอนนี้ท่าทางจะเป็นไปไม่ได้เลยทีเดียว

    "ฟ้า เวทลมหนุนเร็วเข้า" อัคคีหันมาประจันหน้ากับฝูงลิงเพื่อให้เพื่อนมีเวลาวิ่งหนีทิ้งระยะห่างออกไปหน่อย ส่วนวินดี้เมื่อได้ยินก็รีบร่ายอาคมเรียกสายลมมาช่วยสนับสนุนเพื่อนๆทันทีด้วยผลของเวททำให้ความคล่องตัวของพรรคพวกในกลุ่มมากขึ้นจนพอจะสู้กับความเร็วของลิงหัวขโมยได้อย่างสูสี

    "ย้ากกก!" อัคคีฟาดดาบเป็นวงกว้างเพื่อไล่ให้พวกลิงทิ้งระยะห่างออกไป ส่วนมืออีกข้างก็จัดการเปิดหน้าจอระบบขึ้นมาเพื่อจัดการข้อมูลอะไรบางอย่าง

    'ผู้เล่นอัคคี เรียนรู้ทักษะดาบไว'

    'ผู้เล่นอัคคี เรียนรู้ทักษะเสริมเลือด'

    'ผู้เล่นอัคคี เรียนรู้ทักษะเกราะแกร่ง'

    'ผู้เล่นอัคคี เรียนรู้ทักษะท่าร่างคุ้มกัน'

    ระบบแจ้งเตือนการเรียนรู้ทักษะอย่างต่อเนื่องด้วยแต้มทักษะที่อัคคีเก็บสะสมเอาไว้ ในขณะเดียวกันพวกลิงหัวขโมยก็แห่กันพุ่งเข้าใส่อัคคีที่รั้งท้ายอยู่คนเดียว ทว่าชายหนุ่มกลับไม่มีทีท่าหวาดหวั่นตั้งท่าพร้อมเรียกใช้ทักษะที่ได้รับมาใหม่ คมดาบถูกฟาดฟันใส่ลิงที่อยู่ใกล้สุดอย่างรวดเร็ว

    คมดาบเฉือนร่างมอนสเตอร์ถึง 5 ตัวภายในชั่วอึดใจทำให้บรรดาตัวที่เหลือต่างบันดาลโทสะใช้กรงเล็บแหลมคมแทงเข้าใส่ร่างอัคคีพร้อมกัน แต่ชายหนุ่มกลับอาศัยใช้ดาบป้องกันและหลีกเลี่ยงการถูกโจมตีจุดสำคัญภายในพริบตาที่ถูกโจมตี

    "ระวัง" วินดี้ส่งเสียงเตือนพร้อมกับรวบรวมพลังเวทไว้ที่ฝ่ามือจากนั้นจึงปล่อยพลังงานที่รวบรวมไว้ออกไปใส่กลุ่มศัตรู พวกมันที่เปิดช่องว่างถึงโดนกระสุนเวทอัดกระเด็นกันไปคนละทิศคนละทาง ส่วนอัคคีที่ได้ยินเสียงเตือนนั้นก็อาศัยจังหวะหมอบหลบได้ทันท่วงที ประกายแสงสีขาวเบาบางปรากฏขึ้นทั่วร่างชายหนุ่มพร้อมกับบาดแผลที่เริ่มสมานตัวอย่างรวดเร็วด้วยผลจากมนต์ฟื้นฟูของลูมิน่า

    อัคคีรีบชิงจังหวะพุ่งเข้าโจมตีพวกลิงหัวขโมยซ้ำก่อนที่มันจะทันตั้งตัวเพียงดาบเดียวก็ส่งมันตามไปหาเพื่อนๆที่ล่วงหน้าไปก่อนแล้ว เมื่อเห็นว่าสถานการณ์พลิกกลับพวกลิงต่างก็รีบหนีด้วยความหวาดกลัว แต่ทันทีที่ตัวไหนกระโจนหนีก็จะถูกกระสุนเวทของวินดี้ซัดเข้าใส่ทันทีจากนั้นก็จะถูกอัคคีตามไปซ้ำจนต้องลาโลกไป แม้จะมีตัวที่หนีไปได้อยู่ 2-3 ตัวแต่ที่เหลือก็ถูกพวกเขาจัดการจนหมดเรียบร้อย

    "พวกนี้ให้ไอเท็มดีผิดคาดนะครับ" สาระที่อู้ดูเพื่อนๆสู้เดินไล่เก็บไอเท็มที่ได้จากพวกลิงหัวขโมยสบายใจเฉิบ ในขณะที่เพื่อนทั้งสามพากันหมดแรงนั่งพักอย่างเหนื่อยอ่อน

    "เหนื่อยจะตาย คราวหลังนายน่ะหัดช่วยมั่งนะสาระ" อัคคีบ่นด้วยน้ำเสียงติดๆขัดๆด้วยความเหนื่อย ใจอยากจะล้มตัวลงไปนอนเสียเลยแต่ก็กลัวจะเจอแบบเมื่อกี้อีกรอบเลยฝืนใจอดทนไว้

    "คราวหน้าจะช่วยแล้วกันนะครับ" สาระตอบแต่มือก็ยังคงหยิบไอเท็มยัดใส่กระเป๋า เมื่อเช็คแล้วรู้สึกว่าจำนวนช่องในกระเป๋าจะใช้ไปเกือบครึ่งแล้วเท่ากับว่าพวกเขาได้ไอเท็มมาเยอะกว่าที่คาดทีเดียว

    "ใช่ๆ ทั้งเหนื่อยทั้งเมื่อยจนไม่อยากจะเดินแล้ว ปุกปุยจ๋ามาให้กอดให้ชื่นใจหน่อยสิจ๊ะ" ลูมิน่าคว้าเจ้าปุกปุยไปกอดราวกับกอดตุ๊กตา ท่าทางเหมือนจะหลุดเข้าโลกส่วนตัวไปเรียบร้อยเสียแล้ว

    "ไอเท็มฟื้นพลังเหลือเท่าไหร่เหรอสาระ?" ท่าทางของวินดี้ไม่ได้ดูเหนื่อยเท่าอีก 2คนนักคงเพราะเธอเดินป่าอยู่บ่อยๆเลยทำให้ชินกับความเหนื่อยมากกว่า

    "รวมกับของที่ได้จากพวกมอนสเตอร์ก็ น้ำยาฟื้นพลังชีวิต 9 ขวด น้ำยาฟื้นพลังเวท 3 ขวด ครับ" สิ้นคำคนที่เหลือต่างก็ถอนหายใจเพราะน้ำยาฟื้นพลังที่พวกเขาเหลืออยู่ก็แทบหมดแล้ว สาระจัดแจงแบ่งน้ำยาที่มีให้แต่ละคนทันทีก่อนจะพูดขึ้น "แต่ถ้าไม่ใช่ระหว่างต่อสู้ผมพอจะใช้ทักษะปรุงอาหารทำอาหารฟื้นพลังได้อยู่ ถึงจะนิดหน่อยก็คงดีกว่าไม่มี"

    "แค่นั้นก็ยังดี ฉันว่ารีบไปต่อดีกว่า" อัคคีลุกขึ้นมาอีกครั้ง "ใช้เวทลมหนุนให้ทุกคนด้วยนะฟ้า เราคงต้องทำเวลาให้เร็วขึ้นหน่อย" เขาพูดขึ้นเมื่อสังเกตเห็นตำแหน่งของดวงอาทิตย์

    "เดี๋ยวนะทุกคน" วินดี้ทำท่าเหมือนคิดอะไรขึ้นมาได้ เธอตรงไปที่ต้นไม้ต้นใหญ่ใกล้ๆก่อนจะปีนขึ้นไปตามกิ่งก้านอย่างรวดเร็วไม่นานนักเธอก็ขึ้นไปเกือบถึงยอดของต้นไม้ต้นนั้น

    "เจอบ้านของแม่มดแล้วล่ะ! อยู่ทางนั้น" เด็กสาวตะโกนบอกเพื่อนๆพลางชี้มือบอกทิศทางที่บ้านของแม่มดตั้งอยู่

    ทุกคนดูอึ้งเพราะไม่ทันคิดถึงวิธีนี้มาก่อน แต่แบบนี้พวกเขาก็น่าจะไปถึงบ้านของแม่มดก่อนจะมืดได้แล้วล่ะนะ
  10. taleoftrue

    taleoftrue Well-Known Member

    EXP:
    900
    ถูกใจที่ได้รับ:
    52
    คะแนน Trophy:
    113
    Linked Orbis - ตอนที่ 5


    "ในที่สุดก็ถึงจนได้" ลูมิน่าพูดขึ้นด้วยความดีใจเมื่อเห็นบ้านไม้อยู่เบื้องหน้า ตอนแรกเธอคิดว่าจะต้องเสียเวลานานกว่านี้แต่เพราะได้วินดี้ช่วยก็เลยหาที่หมายเจอง่ายขึ้นเยอะ ก็ใครจะทันนึกล่ะว่าแค่ลองมองหาจากบนต้นไม้สูงๆก็ได้แล้ว แต่จะว่าไปต้นไม้ในป่านี้ก็มีบางต้นสูงผิดปกติจนน่าแปลกใจจริงๆนั่นล่ะ

    ลูมิน่าตรงรี่เข้าไปที่บ้านของแม่มดก่อนจะเคาะประตูเบาๆ "ขอโทษค่ะ มีใครอยู่มั้ยคะ"

    ...

    "ขอโทษค่ะ มีใครอยู่บ้านมั้ยคะ?" ลูมิน่าถามซ้ำเมื่อเห็นว่ายังคงเงียบสนิท

    หลังจากลองเรียกอยู่พักหนึ่งแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้ง 4 จึงตกลงที่จะรอดูกันก่อน สาระจัดการกางเต็นท์สำหรับพักผ่อนแล้วเริ่มจัดการเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหาร ส่วนอัคคี ลูมิน่าและวินดี้ก็พากันไปเก็บฟืนและสู้กับพวกมอนสเตอร์ที่อยู่ใกล้ๆ หากพลังลดก็จะกลับมาพักกันที่เต็นท์โดยอาศัยอัตราฟื้นพลังที่มากกว่าเต็นท์ปกติจากทักษะตั้งแคมป์ของสาระ

    จนกระทั่งพระอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำพวกเขาก็เลื่อนระดับได้ถึงระดับ 12 พร้อมกับไอเท็มอีกจำนวนไม่น้อยทำให้กระเป๋าของสาระเหลือพื้นที่อยู่อีกไม่มากนัก

    "ฉันสงสัยนานแล้วล่ะ" จู่ๆลูมิน่าก็โพล่งขึ้นมาระหว่างกำลังทานอาหารเย็น เธอหยิบแครอทอีกหัวส่งให้เจ้าปุกปุยรับไปเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อยก่อนจะพูดต่อ "ตอนแรกเราก็แทบไม่มีเงินกันเลย แล้วเธอเอาพวกเครื่องครัวมาจากไหนเหรอสาระ?"

    "ของรางวัลจากตอนเล่นช่วงทดสอบระบบนั่นล่ะครับ จริงๆแล้วทุกคนจะได้ไอเท็มระดับสูงคนละชิ้นแต่กรณีของผมที่เลือกเป็นกระเป๋าแทนก็เลยได้ชุดอุปกรณ์ยังชีพพวกเครื่องครัวกับเต็นท์นอนมาด้วยนี่ล่ะครับ" สาระตอบข้อสงสัยของลูมิน่าเสร็จสรรพซึ่งพอตอบเสร็จเขาก็เพิ่งจะนึกขึ้นได้ว่าลืมบอกเรื่องนี้ให้เพื่อนๆรู้เสียสนิท แต่ขณะกำลังคิดอยู่นั้นมือก็ยังคงจัดแจงตัดแบ่งเนื้อย่างใส่จานให้กับทุกคนพร้อมประดับด้วยผักต้มปรุงรสเพื่อเพิ่มสีสันให้น่ากิน

    จริงๆแล้วตอนที่ประชุมกันอยู่ในเมืองเริ่มต้นอัคคีก็สงสัยอยู่เหมือนกันว่าทำไมสาระถึงเลือกทักษะที่ดูไม่ค่อยมีประโยชน์อย่างตั้งแคมป์หรือปรุงอาหาร เพราะอย่างตั้งแคมป์ก็แค่ทำให้เต็นท์ที่ช่วยเพิ่มอัตราฟื้นฟูอยู่แล้วฟื้นฟูค่าพลังได้มากกว่าเดิมแต่ปกติเวลาตั้งเต็นท์พักกันนั้นก็ใช้เวลาพักทั้งคืนทำให้ฟื้นพลังกันจนเต็มได้อยู่แล้ว หรือทักษะปรุงอาหารที่แม้จะเพิ่มประสิทธิภาพการทำอาหารแต่ไอเท็มประเภทอาหารประสิทธิภาพก็ไม่ได้มากมายขนาดส่งผลอะไร แล้วเรื่องรสชาติแม้จะมีผลเสริมรสชาติให้ดีขึ้นถ้าฝีมือคนทำออกมารสชาติแย่กว่ามาตรฐานแต่คนที่ทำอาหารออกมาแย่ก็ไม่ได้สนใจกับทักษะนี้อยู่แล้ว แถมคนที่ทำอาหารได้ดีกว่ามาตรฐานมันก็ไม่ได้ช่วยเสริมรสชาติให้ดีขึ้นแต่อย่างใด

    ด้วยเหตุผลหลายๆอย่างที่คิดทำให้อัคคีคิดว่าทักษะสองอย่างนี้ดูไร้ประโยชน์จริงๆ แต่เขาก็ไม่ได้แย้งอะไรเหมือนกับตอนที่ขัดคอลูมิน่าเพราะเขาเคยเล่นเกมกับสาระอยู่บ่อยๆจนรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ค่อยชอบให้ใครยุ่งกับแนวการเล่นของตัวเอง ถึงแม้จะดูดื้อรั้นแต่สาระก็พิสูจน์ให้เห็นได้เสมอว่าแนวการเล่นของเขาถึงแม้จะไม่ใช่การเล่นที่ดีที่สุดแต่ก็มีประโยชน์ในแบบของมันเอง อย่างเช่นในเวลานี้

    ไม่นานนักทุกคนก็จัดการอาหารมื้อเย็นเสร็จเรียบร้อยและเป็นเวลาที่ท้องฟ้าเริ่มมืดพอดี หลังจากนั้นสี่สหายก็ช่วยกันเก็บกวาดทำความสะอาดเครื่องมือที่มีพร้อมกับมานั่งประชุมแจกแจงไอเท็มที่มีกันอีกครั้ง


    "ดูนั่นสิทุกคน" วินดี้ชี้ไปทางบ้านของแม่มด เมื่อทุกคนหันไปมองตามก็พบว่าตัวบ้านมีแสงไฟส่องสว่างออกมาบ่งบอกว่าภายในมีบุคคลอาศัยอยู่แต่พวกเขาที่อยู่กันตรงนี้ไม่ทันรู้สึกเลยว่ามีใครเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้น

    "ขอรบกวนหน่อยค่ะ ไม่ทราบว่ามีใครอยู่มั้ยคะ" วินดี้ลองเคาะประตูเรียกคนในบ้านอีกครั้ง

    "ประตูไม่ได้ล็อคจ้ะ เปิดเข้ามาได้เลย" เสียงแหบแห้งบ่งบอกถึงความชราวัยตอบรับ พวกเด็กๆจึงเดินเข้าไปในบ้านตามคำเชิญ "แหม.. เชิญเลยๆ ที่นี่ไม่ได้มีแขกมากันเยอะแบบนี้นานแล้ว" เจ้าของเสียงกล่าวต้อนรับอย่างยินดีเมื่อเห็นตัวผู้มาเยือน

    เบื้องหน้าพวกเขาก็คือหญิงชราร่างเล็กสวมเสื้อคลุมสีดำถือไม้เท้าที่ทำจากกิ่งไม้ขนาดใหญ่ลักษณะทั่วๆไปดูคล้ายแม่มดใจดีที่เคยได้ยินในนิทานก่อนนอนไม่มีผิด จนอดคิดไม่ได้ว่าคงจะเป็นคนละคนกับแม่มดที่ไปก่อกวนสวนของฟลอร่า

    "ไม่ทราบว่าคุณยายรู้จักคุณฟลอร่ามั้ยคะ?" ลูมิน่าตัดสินใจถามหยั่งเชิงดูก่อนว่ามาหาถูกตัวจริงๆหรือไม่

    "รู้จักสิจ๊ะ เมื่อก่อนตอนยายกำลังเป็นลมอยู่ในป่าแม่หนูคนนั้นเขาช่วยดูแลยายให้น่ะมีอะไรหรือเปล่าจ๊ะ?"

    "คือว่าผักในสวนของคุณฟลอร่ากลายเป็นมอนสเตอร์หมดเลยน่ะค่ะ แล้วคุณฟลอร่าก็คิดว่าคุณยายอาจจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้"

    "ตายจริง คงจะเป็นฝีมือยายเองนั่นล่ะจ้ะ" คุณยายตอบออกมาอย่างผิดคาด ตกลงว่ายายเขาเป็นคนก่อกวนสวนของคุณฟลอร่าจริงๆน่ะเหรอ?

    "ยายอยากจะตอบแทนแม่หนูเขาซักหน่อย เลยทำยาที่ช่วยให้ผักโตไวๆแต่ตัวยาคงแรงไปหน่อยกระมัง" เมื่อพูดจบคุณยายก็ถอนหายใจขึ้นมา แต่ทางด้านสี่สหายกลับรู้สึกโล่งอกเพราะท่าทางจะคุยกันง่ายกว่าที่คิด

    "ถ้าทำยาแก้ที่ลดฤทธิ์ยาลงก็พอจะช่วยได้ แต่ตอนนี้ยายมีวัตถุดิบไม่พอพวกหนูๆจะช่วยไปเก็บให้ยายหน่อยได้มั้ยจ๊ะ"

    "ต้องการอะไรบ้างเหรอคะ?"

    "มีแค่อย่างเดียวล่ะจ้ะ ที่ทางตะวันตกของที่นี่จะมีทะเลสาบชื่อว่าทะเลสาบเงาจันทร์อยู่แค่เอาขวดนี่ไปเติมน้ำในทะเลสาบให้เต็มขวดก็พอจ้ะ แต่ว่าต้องตักมาตอนเที่ยงคืนเท่านั้นนะ" แม่มดบอกพร้อมกับส่งให้ โดยย้ำเรื่องเวลาที่ต้องตักน้ำมาอยู่หลายรอบโดยบอกว่าหากใช้น้ำที่ตักมาในเวลาอื่นมันจะไม่มีคุณสมบัติที่ต้องการสำหรับตัวยา

    เมื่อรับปากที่จะช่วยเหลือเรียบร้อยทั้งสี่คนก็ออกมาเตรียมพร้อมกันนอกบ้านทันที สาระรีบจัดการเก็บเต็นท์และดับกองไฟให้เรียบร้อย ส่วนอัคคีกับสองสาวก็ปรึกษากันเรื่องทักษะที่มีเพราะการเดินทางตอนกลางคืนคงต้องปะทะกับพวกมอสเตอร์แน่ๆแถมยังดุร้ายกว่าปกติอีกต่างหาก

    "ชั้นชักอยากรู้ ว่าใครดันผ่าคิดภารกิจโหดหินขนาดนี้ไว้ให้พวกคนเริ่มเล่นทำกันฟะ" อัคคีอดโพล่งขึ้นมาไม่ได้เพราะวันนี้ทั้งวันพวกเขาก็ต้องลุยกันมาตลอดทั้งที่กะว่าเจอแม่มดแล้วจะได้จบภารกิจซักทีก็ยังต้องมาลุยป่าผ่าดงตอนกลางคืนอีก

    "สาระเดี๋ยวฉันฝากดูแลเจ้าปุกปุยหน่อยนะ ที่เธอยังมีแครอทเหลือใช่มั้ย" ลูมิน่าส่งกระต่ายขาวของเธอให้สาระรับไปดูแล ส่วนอีกฝ่ายก็พยักหน้าบอกให้รู้ว่าอาหารของเจ้าปุกปุยยังมีเหลืออยู่

    "ตอนนี้เพิ่งจะหัวค่ำ งั้นทิศตะวันตกก็ทางนั้นสินะ" วินดี้มองดูทิศที่ดวงจันทร์ลอยอยู่ก่อนจะชี้ไปทางตรงกันข้าม ในขณะที่สาระก็หยิบเข็มทิศออกมาเช็คทิศทางด้วยเช่นกันซึ่งก็ไม่ผิดไปจากที่วินดี้คาดเอาไว้

    "เอาล่ะพร้อมแล้วก็ลุยได้!"

    "อีตาบ้า เสียงดังอย่างนั้นอยากโดนมอนสเตอร์มารุมทึ้งกันหรือไง" ลูมิน่าหันไปว่าอัคคีทันที

    "เธอเองก็เหมือนกันล่ะน่ายัยทิพย์"

    คู่กัดคู่นี้ยังคงทะเลาะกันไม่เลิก สาระกับวินดี้ที่เริ่มจะขี้เกียจห้ามมวยทั้งคู่ตัดสินใจปล่อยให้ทะเลาะกันต่อไปแล้วออกเดินล่วงหน้ากันไปก่อน จนลูมิน่ากับอัคคีสังเกตเห็นจึงต้องหยุดทะเลาะแล้วรีบตามทั้งคู่ไปก่อนจะโดนทิ้งไว้ที่นี่ ก็คนที่ดูทิศทางเป็นดันเดินล่วงหน้ากันไปก่อนแล้วนี่สิ...

Share This Page